วันสำคัญเรื่องน่าสนใจ

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ อสม.แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี มาดูประวัติความเป็นมาของ วัน อสม.แห่งชาติ และกิจกรรมในวันที่ 20 มีนาคม

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

วัน อสม.แห่งชาติ

กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ตลอดจนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และพัฒนาสาธารณสุข จึงได้มีการจัดตั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เมื่อปี 2520 ซึ่งเริ่มด้วยการเป็นโครงการทดลองใน 20 จังหวัด จากนั้นก็ได้ขยายพื้นที่ทดลองไปเรื่อย ๆ ในทุกอำเภอ

กระทั่งในสมัย พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการสาธารณสุข จึงได้อนุมัติให้บรรจุ โครงการสาธารณสุขมูลฐานแห่งชาติ เข้าเป็นโครงการหนึ่งในแผนพัฒนาการสาธารณสุขแห่งชาติที่ถือเป็นนโยบายระดับชาติ และได้ลงมติอนุมัติให้เปลี่ยนคำว่า สาธารณสุขเบื้องต้น เป็น การสาธารณสุขมูลฐาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2522

ต่อมาในปี 2535 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านก็ได้รับการยกระดับให้เป็น อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. และถัดจากนั้นไม่นาน กระทรวงสาธารณสุขก็ได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้กำหนดเอาวันที่ 20 มีนาคมของทุกปีเป็น วัน อสม.แห่งชาติ เพื่อเป็นการให้ความสำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุข

ในที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2536 คณะรัฐมนตรีสมัยนายชวน หลีกภัย ก็ได้มีมติอนุมัติให้ทุกวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เป็น วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เริ่มต้นจัดงานเฉลิมฉลองในนามวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2537 เป็นต้นมา

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

ความหมายอาสาสมัครสาธารณสุข

อาสาสมัครสาธารณสุข หมายความถึง บุคคลที่สมัครใจ เสียสละ ทำงานเพื่อสังคมโดยส่วนรวม ในด้านการพัฒนาสุขภาพ ตามแนวนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน มีชื่อย่อว่า อสม. จำแนกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ภูมิภาค หมายความว่า อาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ทั้งในเขตชนบทและเขตเมือง รวมถึงเมืองพัทยา เรียกว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
  2. อาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตกรุงเทพมหานคร หมายความว่า อาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรียกว่า อาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.)
  3. อาสาสมัครสาธารณสุข ของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ผ่านการอบรมตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (อสม.กฟผ.) และอาสาสมัครสาธารณสุขขนส่งมวลชน (อสม.ขสมก) ฯลฯ
  4. อาสาสมัครสาธารณสุขกิตติมศักดิ์ หมายความว่า บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์หรือสนับสนุนการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุข

วัตถุประสงค์ วัน อสม.แห่งชาติ

  1. เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพกันเองด้วยวิธีที่ง่ายประหยัด และทั่วถึง
  2. เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุขในชนบท
  3. เพื่อแก้ไขปัญหารักษาพยาบาลหรือดูแลรักษาสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน

บทบาทหน้าที่ อสม

หน้าที่หลัก ๆ ของอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. คือ ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีสุขภาพแข็งแรงอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง เพื่อให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จนกลายเป็น ชุมชนจัดการระบบสุขภาพเข้มแข็ง เมืองไทยแข็งแรง ตามนโยบายของภาครัฐนั่นเอง

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาสาสมัครนั้น จะต้องมีความสมัครใจที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยความเสียสละ และมีเวลาพอที่จะช่วยเหลือชุมชน นอกจากนี้ ควรจะเป็นคนที่มีที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพในหมู่บ้านนั้น ๆ ด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าไปติดต่อได้ง่าย

คุณสมบัติ อสม.

  1. มีความสมัครใจที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยความเสียสละ และมีเวลาพอที่จะช่วยเหลือชุมชน
  2. มีความรู้อ่านออกเขียนได้
  3. เป็นผู้ที่ชาวบ้านไว้วางใจ
  4. มีที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพในหมู่บ้านนั้น ๆ
  5. มีอาชีพแน่นอนและมีรายได้เลี้ยงตนเอง
  6. ตั้งบ้านเรือนอยู่ในสถานที่ที่ประชาชนไปติดต่อได้ง่าย
  7. ไม่จำกัดเพศ และไม่จำกัดอายุ
  8. ไม่ควรเป็นข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจำตำบล

ในการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จะคัดเลือกโดยวิธีออกเสียงในที่ประชุม ซึ่งประกอบด้วยกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน (ถ้ามี) กลุ่มผู้สื่อข่าวสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล แต่จะไม่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากทางราชการ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจว่า อสม. เป็นข้าราชการ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่อาสาสมัครสาธารณสุข ได้มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น

ช่วยให้ประเทศชาติลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็นลง ได้อย่างมหาศาลโดยทำหน้าที่ไนการ แก้ข่าวร้ายกระจ่ายข่าวดีชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน ทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี ด้วยความวิริยุอุตสาหะ โดยปัจจุบันได้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นจำนวนถึง 686,537 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งในเขตเมือง และเขตชนบท เพื่อทำหน้าที่ในการ ถ่ายทอดความรู้ กระตุ้นเตือน และส่งเสริมชักชวนให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ ทำให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รัฐบาลได้ตระหนักถึงคุณค่าและคุณความดีของอาสาสมัครสาธารณสุขจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2536 กำหนดให้ วันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นวันที่มีความสำคัญ และมีความหมายต่ออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่มีความสำคัญต่อการสาธารณสุขในประเทศไทยอีกด้วย เนื่องจากวันที่ 20 มีนาคม 2522 เป็นวันที่รัฐบาลได้บรรจุให้การสาธารณสุขมูลฐานเป็นนโยบายและโครงการระดับชาติ

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

อสม.ออนไลน์

อสม.ออนไลน์ คือ เครือข่ายสัังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่มสำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและอสม. เพื่อสื่อสารข้อมูล ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ และพิกัดแผนที่ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ผ่านรูปแบบ การแจ้งข่าวสาร และการสนทนาทำให้สมาชิกในเครือข่าย สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหว ด้านสาธารณสุขและภัยสุขภาพภายในชุมชน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ

กิจกรรมวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

ในวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี หน่วยงานและจังหวัดต่าง ๆ จะจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความสามัคคีในหมู่คณะ และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ อสม. โดยจะมีการมอบประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ อสม. ผู้ที่ปฏิบัติงานดีเด่นให้ปรากฏแก่สาธารณชน

20 มีนาคม วัน อสม.แห่งชาติ หรือ วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ

งาน วัน อสม.แห่งชาติ

ปี 2530

มีการประกวดผู้สื่อข่าวสาธารณสุข (ผสส.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่นขึ้นเป็นครั้งแรกซึ่งใช้ชื่อว่า โครงการประกวด ผสส.-อสม. และหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่น ประจำปี 2530 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ประสานงานในการคัดเลลือก ซึ่งในปีนี้ผู้ชนะการประกวดทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 216 คน และเข้ารับรางวัลจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ณ ทำเนีบยรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2530 โดยก่อนรับรางวัล คณะผู้เข้ารับรางวัลได้ไปทัศนศึกษาที่บรมมหาราชวัง สวนสัตว์ดุสิตและฟาร์มจระเข้จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2530

ปี 2532

หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการจัดการประกวดครั้งแรก กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้มีการจัดประกวดทุก 2 ปี โดยในปีนี้ได้เพิ่มการประกวดเจ้าหน้าที่สาธารรสุขระดับตำบล ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขและประชาชนมาตลอดโดยเปลี่ยนชื่อโครงการในการประกวดครั้งนี้เป็น โครงการพัฒนาผู้นำชุมชนในงานสาธารณสุขมูลฐาน มีผู้เข้ารับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 288 คน ซึ่งได้เดินทางเข้าร่วมประชุมสัมมนา ณ สถานพักฟื้นสวางคนิวาส จังหวัดสมุทรปราการ มีการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งวิมานเมฆและสวนหลวง ร.9 ระหว่างวันที่ 1 – 3 สิงหาคม 2532 และเดินทางเข้ารับรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรีนายพิชัย รัตตกุล ณ ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 4 สิงหาคม 2532 ในปีนี้ผู้ชนะการประกวดจำนวน 36 คน จาก 9 จังหวัด (เขตละ 1 จังหวัด) ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกไปดูงานสาธารณสุขมูลฐานที่ประเทศอินเดียเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์

ปี 2534

การจัดการประกวดยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ชื่อโครงการเดิม และสถานที่จัดประชุมที่เดิมแต่ได้เปลี่ยนสถานที่รับรางวัลเป็น ห้องประชุมโรงพยาบาลสงฆ์ วันที่ 29 มีนาคม 2534 โดยมีนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในพิธี และผู้ชนะการประกวดจำนวน 36 คนจาก 4 ภาค ได้รับทุนองค์การอนามัยโลกไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

ปี 2536

ในปีนี้ คณะผู้เข้ารับรางวัลแต่ละภาคเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสัมมนา ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานภาค ทั้ง 4 ภาค เป็นเวลา 1 วัน แล้วจึงเดินทางเข้าร่วมพิธีรับรางวัลจากนายบุญพันธ์ แขวัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2536 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพมหานคร และผู้ชนะการประกวดจำนวน 36 คน จาก 9 จังหวัด (9 เขตเดิม) ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกดูงานประเทศเนปาล อินโดนีเซียและศรีลังกา เป็นเวลา 1 สัปดาห์

ปี 2537

ปีนี้ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์สำคัญยิ่งของอาสาสมัครสาธารณสุขไทย ที่รัฐบาลได้เห็นถึงความสำคัญมีมติอนุมัติให้วันที่ 20 มีนาคมของทุกปีเป็น วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2536 ปีนี้จึงนับว่าเป็นปีแรกแห่งการเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ โดยได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข งานเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธาณสุขแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ คือ การประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครสาธาณสุข ณ บริเวณที่ตั้งกระทรวงสาธารณสุขแห่งใหม่ จ.นนทบุรี ในวันนั้นมีผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุขจากทุกจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมชุมนุมจำนวน 7,000 คน ในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด ทุกอำเภอทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมรวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งร่วมกันจัดตั้ง กองทุนวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ขึ้นด้วย และ อสม.ดีเด่นจำนวน 4 คน จับฉลากได้ไปทัศนศึกษา ณ ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 5 วัน

ปี 2538

เป็นปีแรกของการมี อสม.ดีเด่น ระดับเขต ภาค และประเทศ ปีนี้จัดงานขึ้นภายใต้ชื่อ โครงการพัฒนาผู้นำชุมชนในงานสาธารณสุขมูลฐาน งานเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2538 มีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครสาธารณสุขผู้ทำงานดีเด่นและบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติ และเพิ่มการประกวดอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับเขตและระดับภาคขึ้น รวมทั้งมอบรางวัลสำหรับผู้นำในด้านนโยบายการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานซึ่งได้แก่ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น และคณะผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดเข้ารับรางวัลจากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับเขต ระดับชาติ ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขระดับภาคทุกภาค รวมจำนวน 99 คน ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกไปศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศยังได้จัดงานเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ และร่วมรณรงค์ขจัดโรคที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศ และป้องกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเถลิงสิริราชสมบัติครบ 50 ปีด้วย

ปี 2539

กิจกรรมในปีนี้ ได้เพิ่มการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นเขตเมืองในระดับจังหวัด รูปแบบการจัดงานคณะผู้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 319 คน เข้าร่วมประชุมที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานภาค และเข้าร่วมกิจกรรมในกรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2539 ณ โรงแรมเรดิสัน มีการทัศนศึกษาที่ซาฟารีเวิร์ด และเข้ารับรางวัลจากนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล และอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับเขต ระดับชาติ รวมทั้งผู้แทนหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่นทุกเขต ได้รับทุนไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเวลา 4 วัน รวมทั้งยังจัดให้มีกิจกรรม บริการวัดความดันโลหิตแก่ประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป ในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 18 – 22 มีนาคม 2539 เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

ปี 2540

การจัดงานเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติครั้งที่ 4 นี้ ได้เพิ่มการประกวดอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติเขตเมืองอีก 1 คน และในปีนี้มีอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติเขตชนบท 2 คน เนื่องจากมีความสามารถทัดเทียมกัน กรรมการไม่สามารถตัดสินเป็นเอกฉันท์ได้ ผู้เข้ารับรางวัลทั้งหมดเข้าร่วมประชุมสัมมนาที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขภาค และเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมในกรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2540 ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลส และทัศนศึกษาซาฟารีเวิร์ด จากนั้นเข้ารับรางวัลจากนายมนตรี พงษ์พานิช รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ ทำเนียบรัฐบาล สำหรับกิจกรรมในปีนี้อาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศได้ร่วมกันรณรงค์ ต่อต้านยาบ้าทุกหมู่บ้าน ระหว่างวันที่ 20-27 มีนาคม 2540

ปี 2541

เป็นปีที่ประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดงานเฉลิมฉลองเพียง 1 วันเท่านั้น คือ วันที่ 20 มีนาคม 2541 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการประหยัดของประเทศ มีกิจกรรมการจัดประชุมสัมมนาที่กระทรวงสาธารณสุข และพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ และพิธีมอบรางวัลแก่อสม.ดีเด่นและหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผู้ที่ได้รับเครื่องราชฯ ประกอบด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติ ปี 2538-2540 จำนวน 5 คน ส่วนผู้รับรางวัล คือ อสม.ดีเด่นระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับภาค และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่น รวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นกรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรวมผู้รับรางวัลทั้งสิ้น 169 คน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นประธาน และมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เรื่อง บ้านสะอาด ในสัปดาห์วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 20 – 27 มีนาคม 2541 โดยเน้นให้ อสม.มีบทบาทเป็นแกนนำหลักร่วมกับประชาชนทำความสะอาดและจัดบ้านเรือนทั้งในและนอกบริเวณบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ เป็นการสนับสนุนปีแห่งการท่องเที่ยวของประเทศ

ปี 2542

จากที่มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศให้วันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 6 ปีของการจัดงานเฉลิมฉลองวันอาสาสมัครสาธารณสุขแล้ว ซึ่งถือเป็นปีแรกที่อสม.ดีเด่นกรุงเทพมหานครที่ผ่านการคัดเลือกระดับเขตแล้วมีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็น อสม.ดีเด่นระดับชาติในเขตเมืองด้วย กิจกรรมปีนี้ผู้เข้ารับรางวัลทั้งหมดจะเข้าร่วมกิจกรรมที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานภาคก่อน แล้วเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ รวมทั้งรับรางวัลจากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ บ้านปลอดยุงลาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลสมัยพระชนมายุครบ 6 รอบ ระหว่างวันที่ 20-27 มีนาคม 2542 พร้อมกันทั่วประเทศ

ปี 2543

ถือเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งของทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขและกระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นปีแห่งการบรรลุสุขภาพดีถ้วนหน้า ตามที่ได้ลงนามไว้ในกฎบัตรกับองค์การอนามัยโลกเมื่อปี 2520 ซึ่งเราทำสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง สร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก และสำหรับการจัดงาน วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐาน ได้จัดเฉลิมฉลองให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับจังหวัด เขต ชาติ และหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่น ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งพิธีรับรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกร ทัพพะรังสี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดกิจกรรมรวมพลังของอาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม เป็นโครงการรณรงค์ต่อเนื่องจากปี 2542 คือ โครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในปี 2543 นี้จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ บ้านและชุมชนปลอดยุงลาย ขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 27 มีนาคม 2543 ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศต่างร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดลูกน้ำยุงลายเพื่อให้ชุมชนปลอดโรคไข้เลือดออก

ปี 2544

14 ปีแห่งการประกวดอสม.ดีเด่นและครั้งที่ 8 ของการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ปีนี้มีการปรับเปลี่ยนการคัดเลือกอสม.ดีเด่นระดับเขตเป็น อสม.ดีเด่นระดับภาค แบ่งเป็นเขตชนบท 4 คน เขตเมือง 5 คน(รวมกรุงเทพมหานคร 1 คน) แล้วคัดเลือกจากระดับภาคเป็น อสม.ดีเด่นระดับชาติเขตชนบท 1 คน เขตเมือง 1 คน สำหรับการจัดงานฯได้ให้ผู้ได้รับรางวัลทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานของแต่ละภาคแล้วเดินทางเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมนารายณ์ ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร และเข้ารับรางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (สำหรับ อสม.ดีเด่นปี 2543) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ส่วนกิจกรรมการรณรงค์ในปีนี้เป็นไปเพื่อความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ ทั้งประชาชน อสม. ชมรมอสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รณรงค์ร่วมกันภายใต้แนวคิด แม้เราเป็นชาวบ้าน เราก็สามารถดูแลสุขภาพกันเองได้ ในสัปดาห์วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติระหว่างวันที่ 20-27 มีนาคม 2544

ปี 2545

ปีที่ 9 แห่งการเฉลิมคุณงามความของอสม.ที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและความวิริยะ อุตสาหะ อดทนทั้งกำลังกาย กำลังใจและทุนทรัพย์ ส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นปีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปี 2545 เป็น ปีแห่งการพัฒนาอาสาสมัครไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะแสดงให้สังคมรับรู้ถึงคุณงามความดีและเห็นคุณค่าของอสม.ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีพิธีมอบรางวัลแก่อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับชาติ ภาค เขต จังหวัด และผู้แทนหมู่บ้านสาธารณสุขมูลฐานดีเด่น จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในวันที่ 20 มีนาคม 2545 ณ ทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของอาสาสมัครสาธารณสุขทุกหมู่บ้านทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้แนวคิดที่ว่า อสม.รวมพลังสร้างสุขภาพ ระหว่างวันที่ 20-27 มีนาคม 2545 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้เป็นปีแห่งการสร้างสุขภาพทั่วไทย

ปี 2546

นับเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกปีหนึ่ง คือ สำนักงานคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐาน ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน สังกัดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่ตั้งขึ้นใหม่ตามการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้มีความชัดเจนด้านการสร้างผลผลิตของงานราชการ ด้วยการชูแนวคิด สิทธิ หน้าที่ ประชาชน การจัดงานในปีนี้ยังคงความต่อเนื่องจากที่ผ่านมาตามนโยบายรัฐบาล รวมพลังสร้างสุขภาพ ภายใต้ชื่อ โครงการ อสม.รวมพลังมหกรรมสร้างสุขภาพ เป็นการชุมนุมอสม.ดีเด่นตั้งแต่ระดับตำบลทุกตำบลทั่วประเทศกว่า 8,000 คน ณ อารีน่า อิมแพ็ค เมองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2546 ซึ่งถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลที่มีการชุมนุมของอสม.ทั่วประเทศจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้วันที่ 16 มีนาคม 2546 อสม.ดีเด่นระดับชาติ ภาค เขต และระดับจังหวัดเข้าร่วมประชุมนัดหมาย ซ้อมพิธีการรับรางวัล ก่อนล่วงหน้า 1 วัน และในส่วนภูมิภาคอสม.ระดับหมู่บ้าน ชุมชนร่วมและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมกันรณรงค์ รวมพลังสร้างสุขภาพ พร้อมกันทั่วประเทศ ในช่วงสัปดาห์วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ 20-27 มีนาคม 2546

ปี 2547

การเฉลิมฉลองและเชิดชูเกียรติครั้งนี้มีการเปลี่ยนการคัดเลือกและตัดสินด้วยการแยกความสามารถ ความชำนาญและผลงานของอสม.แบ่งออกเป็นสาขา 10 สาขาฉนนั้นจึงมีอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นระดับจังหวัด เขต ภาคและระดับภาคอย่างละ 10 คน 10 สาขา ผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดร่วมประชุมสัมมนาที่โรงแรมแม็กซ์ ถนนพระราม 9 ก่อนหนึ่งวันก่อนที่จะเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ร่วมกับ อสม.ดีเด่นระดับตำบลทั่วประเทศรวมจำนวนกว่า 8,000 คน เพื่อเชิดชูเกียรติ มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และรางวัล อสม.ดีเด่นทุกระดับ ณ อารีน่า อิมแพ็ค เมืองทองธานีในวันที่ 20 มีนาคม 2547 และในระหว่างสัปดาห์วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ 20-27 มีนาคม 2547 ได้มีการรณรงค์รวมพลังสร้างสุขภาพด้วยการเต้นแอโรบิคตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นการสร้างกระแสการออกกำลังกายแก่ประชาชนชาวไทยได้เป็นอย่างดีครั้งหนึ่งด้วย

Back to top button