Wiki

วิธีการ แยกความแตกต่างระหว่างความรักและมิตรภาพ


ขั้นตอน


1 ของ 3:

การพิจารณามิตรภาพ

1
ให้คะแนนความเข้มข้นของความรู้สึก. ใช้เวลานึกว่าอารมณ์ของคุณมีความเข้มข้นขนาดไหน คุณสามารถรู้สึกหลายอย่างกับสิ่งเดียวกันสำหรับทั้งเพื่อนและคนรักแต่เมื่อคุณกำลังมีความรัก ความรู้สึกเหล่านี้อาจจะเข้มข้นมาก โดยทั่วไป ยิ่งคุณรู้สึกอ่อนไหวกับใครบางคนมากแค่ไหนก็ยิ่งเป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีความรักมากเท่านั้น

  • เช่น คุณอาจจะรู้สึกถึงเคมีที่ตรงกันกับเพื่อนเพราะคุณหัวเราะกับสิ่งเดียวกันและพูดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย เมื่อคุณรักใครบางคนความรู้สึกเหล่านี้จะเข้มข้นมา คุณอาจจะรู้สึกหัวหมุนหรือตื่นเต้น
  • อีกวิธีในการพิจารณาความรู้สึกที่คุณมีต่อใครบางคนว่าลึกซึ้งหรือไม่คือการพิจารณาว่าคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน เมื่อคุณมีความรัก คุณจะไม่อยากอยู่ห่างจากเขาคนนั้นเป็นเวลานาน
  • ถ้าหากคุณมีความรัก คุณจะรู้สึกพิเศษเมื่อได้อยู่กับเขาคนนั้น

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 2

2
สังเกตปฏิกิริยาตอบโต้ทางกาย. ร่างกายของคุณจะสามารถช่วยให้คุณรู้ได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร เมื่อคุณอยู่กับคนที่คุณน่าจะรัก หัวใจของคุณจะเต้นเร็วผิดปกติหรือคุณอาจจะรู้สึกปั่นป่วนในท้อง บางทีคุณอาจจะรู้สึกตื่นเต้นและทำอะไรไม่ถูก คุณอาจจะไม่หัวเราะหรือเริ่มเหงื่อแตกเมื่อคุณอยู่กับเพื่อน

  • เมื่อคุณเจอกับเพื่อน คุณอาจจะรู้สึกตื่นเต้น อย่างไรก็ตามคุณจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายเมื่อคุณจะเจอหรือกอดเพื่อน
  • คุณอาจจะไม่สามารถควบคุมการโต้ตอบของร่างกายได้เมื่อคุณอยู่กับคนที่คุณรัก มือของคุณจะชุ่มเหงื่อ เสียงสั่นและหัวใจเต้นแรงขึ้น

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 3

3
เปรียบเทียบความสัมพันธ์นี้กับความสัมพันธ์อื่น. นึกว่าความสัมพันธ์นี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับความสัมพันธ์อื่นในชีวิตของคุณ คุณอาจจะมีเพื่อนเยอะแต่มีเพียงคนเดียวที่คุณรัก คุณอาจจะให้คุณค่าความสัมพันธ์กับคนๆ นี้มากกว่าคนอื่นในชีวิต คุณยังอาจจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่เข้มข้นกับเขาคนนี้

  • บางทีคุณอาจจะไม่สามารถนึกถึงการไม่พูดกับเขาเป็นเวลา 1 วัน ถ้าเป็นกับเพื่อน คุณอาจจะรู้สึกเฉยๆ ที่ไม่ต้องเจอกันหนึ่งหรือสองสัปดาห์แต่กับคนที่คุณรัก คุณอาจจะรู้สึกว่ามันช่างยาวนาน

2 ของ 3:

การตัดสินใจว่าคุณต้องการอะไร

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 4

1
ตัดสินใจว่าคุณต้องการมีความสัมพันธ์แบบคนรักหรือไม่. คุณสามารถบอกความแตกต่างระหว่างความรักและมิตรภาพได้โดยการนึกถึงความใส่ใจที่คุณมอบให้ใครบางคน ถ้าหากคุณรักใครบางคน คุณจะนึกถึงเขาบ่อยครั้งและต้องการสื่อสารกับเขาตลอดเวลา คุณอาจจะไม่นึกถึงเพื่อนมากขนาดนั้นระหว่างวันและอาจจะไม่ได้อยากคุยมากมาย

  • คุณอาจจะนึกถึงเพื่อนเมื่อมีบางอย่างทำให้คุณนึกถึงเขาระหว่างวัน อาจจะเป็นเพลงที่คุณทั้งคู่ชอบฟังหรือเรื่องราวที่ทำให้คุณนึกถึงประสบการณ์ที่มีกับเพื่อน
  • เมื่อคุณรักใครบางคน คุณจะนึกถึงเขาตลอดทั้งวันไม่ว่ามีบางอย่างทำให้คุณนึกถึงเขาหรือไม่ก็ตาม คุณยังอาจจะฝันกลางวันถึงเขาอีกด้วย

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 5

2
ดูว่าคุณต้องการได้รับความใส่ใจมากเท่าไหร่. คุณมีความสุขกับวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคุณหรือไม่? ถ้าหากเขาแค่แปะมือกับคุณเป็นการทักทาย คุณอาจจะต้องการบางอย่างที่ใกล้ชิดมากกว่านั้น บางทีคุณอาจจะหวังว่าเขาส่งข้อความมาหาคุณบ่อยขึ้น การไม่ได้ยินข่าวคราวจากเพื่อนตลอดวันจะไม่น่าหดหู่เท่ากับการไม่ได้ยินข่าวคราวจากคนที่คุณรัก

  • ถ้าหากคุณตื่นเต้นที่ได้ยินข่าวคราวจากเพื่อนคนหนึ่งบ่อยครั้งตลอดวันหรือรู้สึกปั่นป่วนในท้องเมื่อเห็นชื่อของเพื่อนคนนี้บนหน้าจอโทรศัพท์ก็อาจเป็นสัญญาณว่าคุณต้องการมีความสัมพันธ์แบบคนรัก

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 6

3
ปรึกษาเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว. มันยากที่ต้องพิจารณาชีวิตของตัวเอง ลองปรึกษาใครบางคนที่คุณไว้ใจ เช่น เพื่อนสนิทหรือพี่น้องซึ่งอาจจะให้มุมมองจากคนนอกว่าเพื่อนคนนี้ปฏิบัติต่อคุณอย่างไรและเชื่อว่ามันเป็นเพียงมิตรภาพหรือเป็นความรัก

  • เช่น เพื่อนอาจจะสังเกตว่าคนที่คุณรักแอบมองคุณเวลาที่คุณไม่ได้ใส่ใจ พวกเขาอาจจะยังสังเกตด้วยว่าเขาคนนั้นพูดถึงคุณบ่อยๆ เวลาที่คุณไม่ได้อยู่ด้วยซึ่งเป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่าเขาคิดกับคุณมากกว่าเพื่อน

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 7

4
ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง. การสังเกตอารมณ์ของตัวเองอาจเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้การทบทวนจำนวนมาก คุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเองเกี่ยวกับความรู้สึกที่คุณมีเพื่อดูว่าคุณกำลังมีความรู้สึกแบบเพื่อนหรือแบบคนรักกับใครบางคน

  • เขียนรายการความรู้สึกที่คุณมีตลอดทั้งสัปดาห์ เขียนว่าคุณรู้สึกอย่างไรเวลาที่คุณคุยกับเขาคนนั้นหรือคุณนึกถึงเขา เช่น คุณสามารถเขียนว่าคุณรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่เขาโทรมาหรือคุณรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อคุณไปเที่ยวกับเขา
  • พิจารณาว่าอะไรที่ทำให้เขาดึงดูดคุณ เช่น คุณอาจจะมีความต้องการที่เขาสามารถเติมเต็มได้ เช่น ถ้าหากคุณไม่รู้สึกมีชื่อเสียงและเขาเป็นนักกีฬาดาวเด่นของโรงเรียน คุณก็อาจจะชอบเขาเพราะคุณชอบความรู้สึกที่ได้อยู่กับใครบางคนที่คุณคิดว่ามีชื่อเสียง ในกรณีส่วนใหญ่ ความรู้สึกที่ตั้งอยู่บนปัจจัยภายนอกไม่ใช่ความรักที่แท้จริง

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 8

5
เขียนลงในสมุดบันทึก. ใช้เวลา 2-3 นาทีทุกวันเพื่อเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำกับคนที่อยู่รอบตัวคุณ วิธีนี้สามารถช่วยให้คุณเห็นได้ว่าคุณกำลังทำตัวแตกต่างกับเขาและกับเพื่อนๆ หรือไม่ มันยังสามารถช่วยให้คุณเห็นว่าเขากำลังปฏิบัติกับคุณเหมือนเป็นเพื่อนหรือคนรัก

  • ลองทบทวนสถานการณ์บางอย่าง เช่น นึกถึงเวลาที่คุณเจอเขาคุยกับคนอื่นแล้วทบทวนสิ่งที่คุณรู้สึก คุณรู้สึกหึงหรือเปล่า? คุณไม่ได้รู้สึกอะไรหรือเปล่า?

3 ของ 3:

การพัฒนาความสัมพันธ์

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 9

1
ทำตัวมั่นใจ. คุณอาจจะรู้สึกตื่นเต้นที่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม คุณต้องทำตัวมั่นใจ ความมั่นใจสามารถช่วยให้คุณหาคำพูดที่ถูกต้องและดูว่าต้องจัดการกับกรณีนี้อย่างไร

  • พูดให้กำลังใจตัวเอง ลองพูดว่า “ฉันเป็นคนที่สนุกและใส่ใจคนอื่น วินจะต้องโชคดีที่ได้ฉันเป็นแฟน”

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 10

2
ทำตัวยั่วยวน. คุณสามารถทดสอบสถานการณ์โดยการยั่วยวนคนที่คุณชอบ เริ่มด้วยการสบตานานกว่าที่คุณมักจะทำตามปกติ คุณยังสามารถใส่ใจเขามากขึ้น ถ้าหากคุณอยู่ในกลุ่มก็ลองสนใจสื่อสารกับเขา

  • ลองสัมผัสแบบเรียบง่าย วางมือของคุณบนมือของเขาในขณะที่คุณหัวเราะให้กับมุกตลก

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 11

3
เปลี่ยนแปลงภาษาของคุณ. เพื่อนมักจะพูดกันด้วยภาษาที่เรียบง่ายซึ่งอาจจะเป็นการใช้ชื่อเล่น เช่น “พวก” “เพื่อน” หรือ “หนู” เมื่อคุณพบว่าคุณใช้คำเหล่านี้ก็ควรสำรวจตัวเอง คำเหล่านี้มักจะใช้กับคนที่เป็นเพื่อนกันเท่านั้น ลองเรียกพวกเขาโดยใช้ชื่อ

  • เมื่อคนกำลังมีความรักก็มักจะเรียกกันด้วยชื่อเล่นของสัตว์เลี้ยงซึ่งมีความหมายที่ลึกซึ้งและโรแมนติกสำหรับคู่รัก เช่น พวกเขาอาจจะเรียกกันว่า “สุดที่รัก” “ที่รัก” หรือ “เบบี้”

ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 12

4
ชวนไปเดท. พูดตรงๆ และชวนไปออกเดท คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณทั้งคู่จะไปกันรอดหรือไม่ถ้าหากคุณไม่ชวนกันไปออกเดท จริงใจและเปิดใจ ทำให้ชัดเจนว่าคุณต้องการใช้เวลาตามลำพังด้วยกัน

  • คุณสามารถพูดว่า “ฉันอยากใช้เวลาตามลำพังกับเธอ เราไปทานมื้อเย็นด้วยกันวันศุกร์ดีไหม?”
  • ตั้งชื่อภาพ Differentiate Between Love and Friendship Step 13

    5
    ยอมรับคำตอบของอีกฝ่าย. คุณอาจจะรู้สึกเจ็บปวดถ้าหากคนที่คุณรักไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับคุณ คุณอาจจะรู้สึกถูกปฏิเสธและเสียใจกับอีกฝ่าย พยายามเข้าใจว่าเขาอาจจะไม่ได้พยายามทำร้ายความรู้สึกของคุณแต่เขาจำเป็นต้องซื่อสัตย์กับคุณ อย่าทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ที่ไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับคุณ ถ้าหากคุณไม่แน่ใจว่าต้องพูดอย่างไร ลองใช้ประโยคเหล่านี้:

    • “ขอบคุณที่จริงใจกับฉัน ฉันแค่หวังว่าเธอจะรู้สึกแตกต่างออกไปแต่ฉันเข้าใจว่าเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกตัวเองได้”
    • “ฉันขอบคุณความจริงใจที่เธอมี ฉันยังอยากเป็นเพื่อนกับเธอแต่หวังว่าเธอจะเข้าใจถ้าหากฉันต้องใช้เวลาสักพักเพื่อจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง”
  • Vozz

    บล็อกที่เชี่ยวชาญด้านข่าวการเงิน หลักทรัพย์ ฟอเร็กซ์ สกุลเงินเสมือน bitcoin

    Trả lời

    Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

    Back to top button