บ้านและห้องครัว

รีวิว ถังดักไขมัน แบบไหนที่ดีที่สุด ปี 2022

สิ่งหนึ่งที่ทุกบ้านจะต้องมีคือซิงค์ล้างจานภายในห้องครัว เพื่อใช้สำหรับการล้างภาชนะหลังจากรับประทานมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็น จาน, แก้ว, ช้อนส้อม หรือกระทะ ซึ่งซิงค์ล้างจานที่นิยมใช้กันจะเป็นซิงค์ล้างจานแบบตั้งพื้นและซิงค์ล้างจานแบบบิวท์อิน อย่างไรก็ดีในทุกครั้งก่อนที่จะนำภาชนะต่าง ๆ ไปล้างทำความสะอาดนั้น เราจะต้องเคลียร์เศษอาหารออกให้เรียบร้อยก่อนเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อเกิดความอุดตัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความมันและเศษอาหารอาจหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งเหตุผลนี้ละครับจะทำให้ท่อเกิดการตันจนน้ำไม่สามารถไหลลงได้อย่างไหลลื่น แต่ปัญหาไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เนื่องจากไขมันและเศษอาหารยังอาจส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วครัว รวมไปถึงบ่อน้ำทิ้งในชุมชน ที่เป็นปัญหาใหญ่ต่อส่วนรวม

ถังดักไขมัน ช่วยบําบัดน้ําเสีย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นการที่จะแก้ไขปัญที่ดีที่สุดคือทำยังไงก็ได้ไม่ให้ความมันและเศษอาหารไหลลงไปยังท่อน้ำเสีย และวิธีที่ง่ายมาก ๆ คือการใช้ ‘ถังดักไขมัน’ ครับ เพราะเมื่อน้ำไหลลงไปยังถัง มันก็จะทำการกรองเศษอาหารออกไป หลังจากนั้นน้ำภายในถังก็จะแยกน้ำเสียและไขมันออกจากกัน เพื่อกรองให้เหลือเพียงน้ำเสียก่อนที่ไหลไปยังท่อหรือบ่อน้ำเสียสาธารณะ ช่วยป้องกันการอัดตัน, ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ และยังเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

ถังดักไขมันแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด


  • ถังดักไขมันที่ดีที่สุด : Dos ถังดักไขมัน ใต้ดิน ดอส รุ่น DGT/U
  • ถังดักไขมันใต้ซิงค์ : WAVE ถังดักไขมันขนาดเล็ก 15 ลิตร
  • ถังดักไขมันฝังดิน : ถังดักไขมัน ใต้ดิน DOS G-TEK 40 ลิตร
  • ถังดักไขมันสแตนเลส : ถังดักไขมันสแตนเลส ไม่เป็นสนิม 60 ลิตร
  • ถังดักไขมันขนาดเล็ก 15 ลิตร เหมาะสำหรับบ้าน : ถังดักไขมัน AQUA ชนิดวางใต้ซิงค์ ขนาด 15 ลิตร
  • ถังดักไขมัน 50 ลิตร เหมาะสำหรับร้านอาหาร : Dos ถังดักไขมัน ใต้ดิน ดอส รุ่น DGT/U
  • ถังดักไขมันขนาดใหญ่ 60 ลิตร : ถังดักไขมันสแตนเลส ไม่เป็นสนิม 60 ลิตร

ถังดักไขมันทำงานอย่างไร ?


ถังดักไขมันจะทำหน้าที่ในการแยกไขมันสัตว์และพืชออกจากน้ำเสีย โดยเมื่อเราล้างจานหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เศษอาหารรวมไปถึงความมันบนจานจะไหลลงไปยังท่อระบายน้ำ หลังจากนั้นน้ำก็จะเดินทางต่อไปยังถังดักไขมันที่เราได้ติดตั้งเอาไว้ เมื่อน้ำไหลลงมายังถังดักไขมันน้ำมันก็จะผ่านกับตะกร้าหรือตะแกรงเพื่อกรองเศษอาหารออกไปในชั้นแรก โดยเมื่อผ่านตัวกรองในชั้นแรกแล้วมันก็จะเหลือเพียงแค่น้ำกับไขมัน ซึ่งตามหลักธรรมชาติแล้วความเย็นของน้ำจะทำให้ไขมันเกิดการลอยตัวขึ้นผิวน้ำ ทั้งนี้น้ำเสียที่ผ่านการแยกตัวจากไขมันแล้วก็จะไหลไปยังช่องกรองอีกชั้น แล้วจึงค่อยส่งต่อไปยังท่อระบายน้ำสาธารณะต่อไป ทำให้บ่อหรือท่อน้ำเสียสาธารณะไม่ส่งกลิ่นเหม็นต่อชุมชนรอบข้าง

ถังดักไขมันทำงานอย่างไร ?
หลักการทำงานของ ถังดักไขมัน รูปภาพจาก bestreview.asia

วิธีการเลือกถังดักไขมัน


1. พิจารณาจากพื้นที่สำหรับการติดตั้ง

ส่วนใหญ่แล้วถังดักไขมันจะนิยมติดตั้งใกล้กับซิงค์ล้างจาน เพื่อความสะดวกสบายในการทำความสะอาดถังและนำไขมันไปทิ้ง ทั้งนี้โดยปกติแล้วตัวถังดักไขมันจะมี 2 ประเภท นั่นคือ ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น และ ถังดักไขมันแบบฝังดิน ซึ่งข้อดี/ข้อเสียของทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างออกไป ดังนี้

ประเภทถังดักไขมัน
แยกประเภทของ ถังดักไขมัน ตามการติดตั้ง
  • ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น เหมาะสำหรับคนมีพื้นที่ภายในบ้านค่อนข้างจะจำกัด อย่างเช่น หอพัก, คอนโด หรือห้องพักต่าง ๆ เนื่องจากขนาดของถังมีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่จำเป็นจะต้องเจาะพื้นให้เสียเวลา รวมไปถึงกินพื้นที่ใช้สอยภายในห้องครัวหรือบ้านของเราค่อนข้างน้อย
  • ถังดักไขมันแบบฝังดิน โดยส่วนใหญ่แล้วถังดักไขมันประเภทนี้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และอาจยุ่งยากในการติดตั้งสักเล็กน้อย เพราะคุณจำเป็นจะต้องมีการขุดดินหรือเจาะพื้น แต่อย่างไรก็ดีด้วยความใหญ่ของถัง ทำให้มันสามารถกักเก็บไขมันได้เยอะ เหมาะสำหรับบ้านเดี่ยวหรือบ้านสองชั้น

2. วัสดุที่ใช้ในการผลิตถัง

วัสดุที่ใช้ในการผลิตถังจะนิยมใช้กันอยู่หลัก ๆ 2 ชนิด นั่นคือ สแตนเลส และ พลาสติก เนื่องจากทั้งสองวัสดุนี้สามารถทำความสะอาดง่าย รวมไปถึงมีความทนทานต่อน้ำได้เป็นอย่างดี โดยถ้าหากจะพูดในเรื่องของความทนทานก็ต้องยอมรับว่าสแตนเลสมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องนี้มากกว่าพลาสติก แต่ก็ต้องเช็กให้ดีว่ามันเป็นสแตนเลสแท้หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้สนิมเกาะตัวถัง ในขณะเดียวกันถึงแม้ว่าพลาสติกจะไม่แข็งแรงเท่ากับสแตนเลส แต่หากรักษาและดูแลเป็นอย่างดี อายุการใช้งานของมันก็ยาวนานไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือน้ำหนักเบาและทำความสะอาดง่ายกว่าอีกด้วยครับ

3. เลือกขนาดให้เหมาะสม

การเลือกขนาดของถังดักไขมันไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรครับ โดยเราจะต้องเช็กจากปริมาณน้ำที่ใช้ล้างจานหรือสิ่งของต่าง ๆ ภายในซิงค์ อย่างเช่น ถ้าหากคุณมีการใช้น้ำในปริมาณ 10 ลิตร / วัน ดังนั้นขนาดของถังจะต้องมีขนาดที่ใหญ่กว่าประมาณ 15 ลิตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออกมา

แต่สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าบ้านตัวเองมีการใช้ปริมาณน้ำมากน้อยแค่ไหน ผมมีเกณ์ง่าย ๆ คือ ถ้าหากภายในบ้านมีสมาชิกประมาณ 1 – 5 คน ขนาดถังที่เหมาะสมควรจะเป็น 15 ลิตร แต่บ้านไหนพักอาศัยมากกว่า 6 คนขึ้นไป ผมก็แนะนำให้ใช้ขนาดถังดักไขมันตั้งแต่ 30 ลิตรขึ้นไป

4. ชิ้นส่วนสามารถถอดออกมาล้างได้ง่าย

ถังดักไขมันจำเป็นจะต้องมีการทำความสะอาดในทุก 1 – 2 วัน เพราะการปล่อยให้ไขมันลอยตัวหรือมีเศษอาหารตกค้างด้านในนาน ๆ มันจะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากคือตัวถังควรจะต้องทำความสะอาดง่าย สามารถถอดส่วนประกอบต่าง ๆ ออกมาได้อย่างไม่ยุ่งยาก

รีวิว DOS ถังดักไขมัน รุ่น D-Sure 15 ลิตร


DOS ถังดักไขมัน รุ่น D-Sure 15 ลิตร

รูปภาพจาก dos.co.th

ราคา 890 บาท*

DOS รุ่น D-sure เป็นระบบที่เรียกว่า Powerful System ซึ่งหมายความว่าการทำงานของถังทีความครอบคลุมและคัดกรองไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขั้นตอนในการกรองของตัวถังจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ขั้นตอนนั่นคือ การตักเศษอาหาร ที่ภายในถังจะมาพร้อมกับตะแกรง Nylon อย่างดี มีความเหนียวและไม่เกิดปัญหาสนิม ซึ่งเมื่อน้ำไหลมาจากท่อน้ำเข้ามันจะผ่านตัวตะแกรงนี้ก่อนทุกครั้ง เพื่อกรองเศษข้าวหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ออกก่อน

DOS ถังดักไขมัน รุ่น D-Sure 15 ลิตร

จากนั้นเมื่อผ่านจุดตักเศษอาหารแล้วก็จะตามด้วย ส่วนแยกไขมัน โดยเมื่อปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน น้ำเสียและไขมันจะแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถกำจัดไขมันง่ายยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นอย่างหนึ่งของถังดักไขมันรุ่น D-sure คือท่อระบายไขมัน ซึ่งช่วยให้เรากำจัดไขมันด้านในได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาถังเพื่อตักขึ้นมาให้เสียเวลา สามารถปล่อยไขมันออกมาผ่านท่อระบายไขมันเพื่อใส่ถุงดำได้ทันที ดังนั้นน้ำเสียที่จะปล่อยไปยังท่อระบายสาธารณะจะมีความสะอาด ไม่ปนเปื้อนไขมันที่ทำให้เกิดการอุดตันอย่างแน่นอน

จุดเด่น

  • ตะแกรง Nylon มีความเหนียวทนทานและไม่เกิดปัญหาของสนิมอย่างแน่นอน
  • กรองได้ดี แยกเศษอาหารและไขมันจากสัตว์/พืชได้อย่างรวดเร็ว
  • มีท่อระบายไขมัน ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาถังเพื่อตักไขมันออก

ข้อควรพิจารณา

  • ขนาดของถังไม่เหมาะสำหรับร้านอาหารหรือห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีการล้างจานค่อนข้างเยอะ
ขนาด 29 x 39.5 x 33 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร
วัสดุ พอลิโพรไพลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว DOS ถังดักไขมันบนดิน รุ่น G-TEK ขนาด 15 ลิตร และ 40 ลิตร


DOS ถังดักไขมันบนดิน รุ่น G-TEK ขนาด 15 ลิตร และ 40 ลิตร

รูปภาพจาก dos.co.th

ราคา 940 บาท*

DOS รุ่น G-TEK มีระบบและขั้นตอนการกรองเหมือนกับ DOS รุ่น D-Sure เลยครับ นั่นคือ ตะแกรงตักอาหาร > ส่วนแยกไขมัน > ท่อระบายไขมัน ทำให้ปัญหากลิ่นเหม็นและการอุดตัวของท่อหายไป แต่มันจะแตกต่างออกไปเล็กน้อยตรงที่ฝาถังของมันผลิตมาจาก PP ซึ่งมีความลื่นเป็นพิเศษ ดังนั้นไขมันจะยึดเกาะได้ยาก ทำให้เราสามารถทำความสะอาดง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้รุ่น G-TEK ยังมีให้เลือกถึง 2 ขนาดนั่นคือ 15 ลิตร และ 40 ลิตร โดยความใหญ่ในระดับ 40 ลิตรสามารถจะใช้ในร้านอาหารหรือบ้านที่มีสมาชิกมากกว่า 6 คนได้เลยทีเดียวครับ หากร้านอาหารหรือบ้านของใครมีการล้างจานหรือล้างภาชนะบ่อย ๆ ผมแนะนำเลยว่า G-TEK ตอบโจทย์แน่นอน รับรองว่าปัญหา

จุดเด่น

  • ไขมันที่แยกออกมาจะไม่ยึดเกาะผิวของถัง เพราะมันผลิตมาจากวัสดุ PP
  • ขนาดถังใหญ่กว่า 40 ลิตร รองรับน้ำเสียจากบ้านขนาดใหญ่และร้านอาหารได้สบาย ๆ
ขนาด 29 x 39.5 x 33 เซนติเมตร / 56 x 41 x 38 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร / 40 ลิตร
วัสดุ พอลิโพรไพลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว WAVE ถังดักไขมันขนาดเล็ก 15 ลิตร


WAVE ถังดักไขมันขนาดเล็ก 15 ลิตร

รูปภาพจาก lazada.co.th

ราคา 1,150 บาท*

ไฮไลท์ของ WAVE คือความแข็งแรงทนทานครับ เนื่องจากถังดักไขมันของทางแบรนด์ผลิตมาจาก PTT. Polyethylene C6 ใหม่เอี่ยม ไม่ผ่านการใช้งานหรือรีไซเคิลแต่อย่างใด ดังนั้นความอึดทนของมันคือดีมาก ๆ แม้ว่าคุณจะขึ้นไปเหยียบอยู่บนถังทั้งตัว ก็ไม่สามารถจะทำให้ถังเกิดการร้าวหรือหักได้แม้แต่น้อย

WAVE ถังดักไขมันขนาดเล็ก 15 ลิตร

แข็งแรงทนทาน แต่ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่น ๆ อย่างท่อน้ำเข้า/ท่อน้ำออก ซึ่งจะเป็นข้อต่อย่นหรือเรียกว่าข่อต่อ Flex สามารถหมุนได้แบบ 360 องศา ช่วยทำให้น้ำไหลเข้าออกแบบไม่มีติดขัด ในขณะที่ระบบการกรองก็จะเป็น 3 ขั้นตอนเหมือนกับ DOS รุ่น D-Sure และ G-TEK ส่วนขั้นตอนการกรองส่วนการติดตั้งที่คุณสามารถเลือกได้เลยครับว่าจะติดตั้งใต้ซิงค์หรือฝังดิน ดังนั้นถังดักไขมันของทาง Wave ใช้ได้ทั้งในคอนโด, หอพัก, บ้าน หรือร้านอาหารทั่วไปก็ได้

จุดเด่น

  • รองรับน้ำได้เยอะถึง 16.5 ลิตร
  • วัสดุทุกชิ้นของสินค้าสามารถถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้
  • ข้อต่อหมุนได้ 360 ทำให้น้ำไหลได้ดี
  • แข็งแรงมาก แม้ว่าจะไปยืนบนถังมันก็จะไม่หักอย่างแน่นอน

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่และร้านอาหาร เพราะถังดักไขมันอาจเล็กจนเกินไป
ขนาด 45 x 22 x 32 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร
วัสดุ พอลิโพรไพลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันบนพื้น และ ฝังใต้ดิน
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ถังดักไขมัน (บนดิน) กรีนที Smart Tech รุ่น ST-15 ขนาด 15 ลิตร


ถังดักไขมัน (บนดิน) กรีนที Smart Tech รุ่น ST-15 ขนาด 15 ลิตร

รูปภาพจาก lazada.co.th

ราคา 1,190 บาท*

ภายในถังดักไขมัน Smart Tech รุ่น ST-15 มีอยู่ทั้งหมด 3 ห้อง ซึ่งข้อดีของการแบ่งห้องเยอะขนาดนี้จะทำให้กระบวนการลอยตัวของไขมันเร็วขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งตะกร้าดักเศษอาหารจะมาพร้อมกับตัวล็อกอย่างดี ทำให้มันยึดเกาะกับถังค่อนข้างแน่นหนา แม้ว่าน้ำจะไหลแรงแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ถังหลุดออกมาจากตัวล็อกอย่างแน่นอน รวมไปถึงมันยังมีหูหิ้วสแตนเลส ที่ออกแบบมาตามหลัก Ergonomics สามารถถือไปทิ้งได้อย่างสะดวก

อีกทั้งข้อต่อของถังจะมีกลไกอย่าง ‘Spin Welding’ ช่วยให้ส่วนประกอบทุกอย่างบนตัวถัง กลมกลืนและแข็งแรงเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่เกิดการแตกหักง่ายหรือมีรอยรั่วจนไขมันและน้ำเสียไหลออกมาจากถังอย่างแน่นอน

จุดเด่น

  • ข้อต่อจะมีการผลิตแบบ Spin Welding ทำให้ทุกส่วนของถังแข็งแรงเป็นชิ้นเดียวกัน
  • ตะกร้าหรือตะแกรงดักเศษอาหารผลิตตามหลัก Ergonomics ช่วยให้กำจัดอาหารได้ง่าย
  • ภายในถังแบ่งออกเป็น 3 ช่อง

ข้อควรพิจารณา

  • ถังมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่และร้านอาหาร
ขนาด 30 x 40 x 32 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร
วัสดุ สแตนเลส 304
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ถังดักไขมัน AQUA ชนิดวางใต้ซิงค์ ขนาด 15 ลิตร


ถังดักไขมัน AQUA ชนิดวางใต้ซิงค์ ขนาด 15 ลิตร

รูปภาพจาก aquacorp.co.th

ราคา 1,290 บาท*

จุดเด่นที่ผมชอบถังดักไขมันของทาง AQUA คือตะแกรงกรองอาหารจะเป็นสแตนเลสกันสนิม ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบ ตะแกรงไนลอนของทาง DOS รุ่น D-Sure / G-TEK และของ WAVE ก็ต้องยอมรับว่าตะแกรงของ AQUA นั้นทนทานกว่า ที่สำคัญคือมันมีหูหิ้วด้านบน ช่วยให้คนยกและดึงออกมาทิ้งเศษอาหารได้ง่าย

ทั้งนี้ภายในถังจะมีการแบ่งแยกชั้นการกรองอย่างชัดเจน เพราะมีแผ่นบังคับทิศทางของน้ำ ทำให้การกรองไขมันค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ มีทั้งท่อน้ำเข้า/ออกและท่อระบายไขมัน ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาถังหรือตักไขมันด้านในออกมาให้สกปรกมือของเรา อีกทั้งตัวถังที่ผลิตมาจาก PE ก็แข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน

จุดเด่น

  • ตะแกรงเป็นสแตนเลสและมีหูหิ้ว ทำให้จัดการเศษอาหารได้สะดวก
  • ถังมีความแข็งแรง เพราะผลิตมาจาก PE

ข้อควรพิจารณา

  • หากเปรียบเทียบกับ PP และ สแตนเลส วัสดุอย่าง PE อาจไม่แข็งแรงเท่า
ขนาด 37.5 x 45.5 x 28.5 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร
วัสดุ โพลีเอทิลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ถังดักไขมันใต้ดิน DOS G-TEK 40 ลิตร


ถังดักไขมันใต้ดิน DOS G-TEK 40 ลิตร

รูปภาพจาก dos.co.th

ราคา 1,740 บาท*

DOS ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่อยู่ในรุ่น G-TEK แต่มันจะแตกต่างออกไปจาก G-TEK อีกรุ่นที่เราแนะนำไป เพราะตัวถังออกแบบมาสำหรับการฝังใต้ดินโดยเฉพาะ ทั้งนี้คุณสมบัติพิเศษของมันคือฝาถังจะมีการเปิดปิดแบบ Flip Lock ซึ่งเปิดง่ายและปิดได้อย่างแน่นหนา ที่สำคัญคือถังค่อนข้างจะแข็งแรงมีการดีไซน์เป็นลอน ทำให้น้ำหนักของถังเกิดการกระจายตัวไม่มีการแตกยุบ

ส่วนสายท่อน้ำเข้าก็จะปรับ Fitting หรือความแน่นของสายได้กว่า 3 ระดับ รวมไปถึงตะกร้าจะเป็น Nylon 6 สามารถทนต่อน้ำและการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีข้อเสียของมันก็อาจจะมีเล็กน้อยตรงที่การกรองจะเป็นแบบ 2 ขั้นตอนคือ ตะแกรงดักเศษอาหารและส่วนแยก ไม่มีท่อระบายไขมัน ดังนั้นคุณจำเป็นจะต้องดูดหรือตักไขมันขึ้นมาเองกับมือ

จุดเด่น

  • เกลียวเชื่อมต่อกับท่อ สามารถปรับ Fitting ได้ถึง 3 ระดับ
  • ผิวของถังมีการดีไซน์เป็นลอน ช่วยกระจายน้ำหนักเพื่อป้องกันถังแตกได้
  • ฝาของถังเป็น Flip Lock ปิดได้อย่างแน่นหนา

ข้อควรพิจารณา

  • ติดตั้งยากเล็กน้อย เพราะตัวถังดีไซน์มาเพื่อฝังใต้ดิน
ขนาด 61 x 52 x 61 เซนติเมตร
บรรจุ 40 ลิตร
วัสดุ โพลีเอทิลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบฝังใต้ดิน
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ถังดักไขมันตราเพชร GreenTree รุ่น GTGT-15


ถังดักไขมันตราเพชร GreenTree รุ่น GTGT-15

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 1,750 บาท*

GreenTree รุ่น GTGT-15 จะเน้นไปในเรื่องของการสร้างสมดุลธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นทางแบรนด์จึงเน้นผลิตสินค้าออกมาให้มีความแข็งแรงใช้ได้อย่างยาวนาน โดยวัสดุของถังจะเป็นพอลิโพรไพลีนแบบ 100% ซึ่งผิวของวัสดุจะมีความลื่น สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพราะไขมันจะไม่เกาะตัวอยู่บนผิวของถัง

นอกจากนี้ตะแกรงก็ผลิตมาจากากสแตนเลสเกรด 104 มีคุณสมบัติที่กรองอาหารได้ทั้งหมด ลดการอุดตันของท่อ ทั้งยังมีอายุยาวนานเพราะไม่จะไม่มีปัญหาในเรื่องสนิมเกิดขึ้น ทั้งนี้การดีไซน์ภายในถังจะออกแบบให้ทิศทางของน้ำไหลอย่างเป็นระบบ ซึ่งจุดนี้จะช่วยทำให้ไขมันเกิดการลอยตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อครบเวลาประมาณ 7 – 10 วันก็เปิดท่อระบายไขมันเพื่อนำไปทิ้งได้ในทันที

จุดเด่น

  • ถังผลิตมาจาก PP ทำให้ไขมันไม่ยึดเกาะกับผิว ทำความสะอาดได้ง่าย
  • ทิศทางของน้ำไหลเป็นระบบ ดังนั้นไขมันจะลอยตัวเร็ว
  • มีท่อระบายไขมัน สามารถกำจัดออกโดยไม่จำเป็นต้องเปิดฝา
ขนาด 34 x 46 x 33 เซนติเมตร
บรรจุ 15 ลิตร
วัสดุ พอลิโพรไพลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Dos ถังดักไขมัน ใต้ดิน ดอส รุ่น DGT/U ขนาด 50, 90, 140 ลิตร


Dos ถังดักไขมัน ใต้ดิน ดอส รุ่น DGT/U ขนาด 50, 90, 140 ลิตร

รูปภาพจาก dos.co.th

ราคา 3,199 บาท*

DOS รุ่น DGT/U ดีไซน์ออกมาเพื่อสำหรับการติดตั้งแบบฝังดินโดยเฉพาะ ดังนั้นขนาดของถังจะใหญ่มากมีให้เลือกตั้งแต่ 50 ลิตรไปจนถึง 140 ลิตร เหมาะสำหรับร้านอาหารขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นเน่าและการอุดตันของท่อภายในห้องครัว

ในขณะที่ระบบการทำงานก็ค่อนข้างดี เพราะองค์ประกอบอย่างท่อระบายไขมันจะเป็น Flexy Flex มีความยืดหยุ่นและทำให้ระบายน้ำได้ไหลลื่น ส่วนตะแกรงก็แข็งแรงและมีขนาดใหญ่พิเศษ กักเศษอาหารได้เยอะมาก ที่สำคัญคือวัสดุอย่าง Nylon-6 ก็ทำความสะอาดง่าย รวมไปถึงผิวของถังก็เป็นพอลิไพรไพลีนไม่มีปัญหาในเรื่องของสนิม

จุดเด่น

  • ถังขนาดใหญ่มาก ใช้ได้ทั้งบ้านและธุรกิจร้านอาหารทุกขนาด
  • ท่อระบายเป็น Flexy Flex มีความยืดหยุ่น น้ำเดินทางได้ไหลลื่น
  • ตะแกรงกรองเศษอาหารผลิตจาก Nylon-6 ทำความสะอาดง่าย

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • การติดตั้งยากเล็กน้อย เพราะสินค้าเป็นแบบฝังดิน
ขนาด 43 x 56.5 x 52.5 เซนติเมตร / 48 x 68 x 50 เซนติเมตร / 64 x 105 x 52.5 เซนติเมตร
บรรจุ 50 ลิตร / 90 ลิตร / 140 ลิตร
วัสดุ พอลิโพรไพลีน
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบฝังใต้ดิน
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ถังดักไขมันสแตนเลส ไม่เป็นสนิม 60 ลิตร


ถังดักไขมันสแตนเลส ไม่เป็นสนิม 60 ลิตร

รูปภาพจาก lazada.co.th

ราคา 3,299 บาท*

ถึงแม้ว่าถักดักไขมันสแตนเลสตัวนี้อาจมีราคาที่แรงสักเล็กน้อย แต่หากมองถึงความคุ้มค่าและระยะเวลาการใช้งานของสินค้า บอกได้เลยครับว่าคุณจะไม่เสียดายเงิน อย่างแรกเลยคือตัวถังจะผลิตมาจากสแตนเลสเกรด 304 ทั้งหมด ซึ่งการันตีได้เลยว่าแข็งแรงถังพลาสติกทั่วไปอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือไม่มีปัญหาในเรื่องของสนิม

ถังดักไขมันสแตนเลส ไม่เป็นสนิม 60 ลิตร

โดยภายในถังจะแบ่งแยกออกเป็น 3 ห้อง สามารถกรองเศษอาหารและดักไขมันออกได้แทบจะหมดจด เพราะตะกร้าสแตนเลสมีคุณภาพ รวมไปถึงรูปทรงถังและแผงกั้นช่วยให้ทิศทางการไหลของน้ำมีความ Flow สกัดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความจุของถังยังบรรจุน้ำและไขมันได้กว่า 60 ลิตร เหมาะมากสำหรับธุรกิจร้านค้าหรือร้านอาหาร

จุดเด่น

  • ถังเป็นสแตนเลสเกรด 304 แบบ 100% มีอายุการใช้งานยาวนาน
  • รองรับน้ำเสียได้เยอะถึง 60 ลิตร
  • ภายในถังมีการแบ่งแยกเป็น 3 ห้อง ดักเศษอาหารและไขมันแบบหมดจด

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาสูง เนื่องจากทำมาจากวัสดุคุณภาพ
ขนาด 60 x 39 x 29 เซนติเมตร
บรรจุ 60 ลิตร
วัสดุ สแตนเลส 304
การติดตั้ง ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

ข้อดีของการใช้ถังดักไขมัน


1. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัญหาการเน่าเสียของน้ำในบ่อหรือท่อน้ำเสียของชุมชนที่ส่งกลิ่นเหม็น มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเสียจากซิงค์ภายในบ้านหรือครัวเรือนของเรานี่ละครับ โดยกลิ่นเหม็นเหล่านั้นเกิดจากไขมันและเศษอาหาร แต่ถ้าหากบ้านของเรามีการใช้ถังดักไขมัน แน่นอนว่ามันจะช่วยในการกรองสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกไป เป็นเหมือนความรับผิดชอบต่อสังคม

2. ป้องกันการอุดตันของท่อ

เศษอาหารไม่ว่าจะเป็นข้าว, เนื้อสัตว์ หรืออะไรก็แล้วแต่สามารถทำให้ท่อน้ำทิ้งภายในครัวเกิดการอุดตันได้ ซึ่งการที่จะจัดการปัญหานี้ก็จะต้องเสียเวลาและสร้างความยุ่งยากให้กับเรา แต่หากมีการใช้ถังดักไขมัน แน่นอนว่าปัญหานี้จะหายไปโดยปลิดทิ้ง

3. ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

นอกจากท่อจะเกิดการอุดตันจนน้ำไม่ไหลแล้ว ปัญหาที่ตามมาด้วยคือกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพราะการปล่อยให้เศษอาหารเกิดการอุดตันนาน ๆ มันจะเกิดการเน่าและเกิดกลิ่นคละคลุ้ง ซึ่งบอกได้เลยว่าเหม็นจนแทบจะทนไม่ไหว ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจะแก้หลังจากเกิดปัญหาครับ

วิธีการทำความสะอาดถังดักไขมัน


ขั้นตอนที่ 1 : ให้คุณค่อย ๆ ถอดฝาของถังดักไขมันอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวฝาเกิดความเสียหาย เพราะถ้าหากฝาถังหักคุณอาจจะต้องเสียเงินเพื่อซื้อถังใบใหม่มาใช้งานเลยก็ได้ครับ

ขั้นตอนที่ 2 : ขั้นตอนนี้จะเป็นการหย่อนไม้ลงไปแล้วกวนน้ำด้านใน เพื่อตรวจสอบว่ามีขยะอยู่ภายในถังหรือไม่ หากมีก็ให้เขี่ยขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้มันไปอุดตันทางเดินของน้ำ

ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมถังเปล่าสำหรับการตักไขมันหรือขยะชิ้นใหญ่ที่อยู่ภายในถัง เมื่อตักขึ้นมาแล้วให้คุณเทใส่ลงไปในถุงขยะที่ปิดได้อย่างมิดชิด

ขั้นตอนที่ 4 : หลังจากที่จัดการขยะและไขมันออกจนหมดแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนในการล้างทำสะอาดถังให้สะอาด โดยให้คุณเตรียมน้ำสะอาด, สบู่เหลว และฟองน้ำเอาไว้

ขั้นตอนที่ 5 : เทน้ำสะอาดลงไป หลังจากนั้นตามด้วยสบู่เหลวแล้วจึงนำฟองน้ำมาขัดให้เกิดฟอง โดยให้ขัดในทุกส่วนของถังแล้วตามด้วยการราดน้ำสะอาดซ้ำอีกครั้ง จนความมันหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไป

ขั้นตอนที่ 6 : นำถังไปตากแดดให้แห้งหรือปล่อยให้แห้ง แล้วจึงค่อยประกอบและปิดฝาถังให้สนิทเหมือนเดิม

Back to top button