กีฬาและการเดินทาง

รีวิว ของฝาก จ.ภูเก็ต มีอะไรบ้างที่อร่อยที่สุด ปี 2021

เกาะภูเก็ตถือเป็นเกาะสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงจังหวัดภูเก็ตเองยังจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ของจังหวัดที่มีคนอยากมาเยือนมากที่สุด หากใครที่ได้มีโอกาสมาเยือนจังหวัดภูเก็ตสักครั้งก็จะเข้าใจทันทีเลยว่าจริง ๆ แล้วภูเก็ตไม่ใช่จะมีแค่หาดทรายที่สวยงามเท่านั้น แต่ภูเก็ตยังประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้คุณได้ไปชมเชยด้วยตาของคุณเอง

อย่างย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่ตั้งอยู่ใจกลางของจังหวัดก็ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คค่ะที่ไม่ควรพลาด ตึกรามบ้านช่องเมื่อครั้งอดีตยังคงตั้งตระหง่านสวยงามรอให้คุณได้เก็บภาพบรรยากาศอยู่นะคะ นอกจากนี้แล้วจังหวัดภูเก็ตก็ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดค่ะที่มีจุดชมวิวมุมสูงที่งดงามเกินจะบรรยาย ซึ่งถ้าหากคุณคิดว่ามีแค่แหลมพรหมเทพแล้วล่ะก็ คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้ก็มีทั้งผาหินดำและแหลมกระทิงที่ต่างก็สวยงามไม่แพ้กัน แต่ 2 ที่หลังที่บอกไปนั้นอาจจะต้องบุกป่าฝ่าดงกันสักนิดนึงนะคะ บอกเลยว่าแค่ใจอย่างเดียวคงจะไม่ได้คงต้องอาศัยร่างกายที่ฟิตกันด้วยนะคะ อิอิ แต่บอกเลยค่ะว่าคุ้ม!

จังหวัดภูเก็ตเองก็ยังเป็นเหมือนสวรรค์ของนักกินด้วยนะคะ การันตีได้จากการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือว่า Creative City of Gastronomy นั่นเองค่ะ ร้านอาหารชื่อดังมากมายที่คุณอาจเคยเห็นผ่านตาตามรายการอาหารหรือรายการท่องเที่ยวนั้นต่างก็ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ตทั้งนั้น นอกจากนี้แล้วจังหวัดภูเก็ตยังเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในทุก ๆ รูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการมาพักแบบครอบครัว คู่รัก แก๊งเพื่อนหรือจะโซโล่เดียววิถี Backpacker ก็ได้หมดเลยค่ะเพราะนอกจากจะมีที่เที่ยวที่หลากหลายแล้วก็ยังมีที่พักที่หลากหลายเช่นกัน ทั้งที่พักสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก, ที่พักติดทะเลสุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก หรือแม้แต่ที่พักราคาประหยัดที่ใครแทบจะไม่เชื่อว่าราคาหลักร้อยก็มีเช่นกันค่ะ คราวนี้พอจะเห็นใช่ไหมล่ะคะว่าจังหวัดภูเก็ตนั้นน่าเที่ยวขนาดไหน

แน่นอนว่าตามธรรมเนียมของการไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวไหน ๆ แล้วจะต้องมีการซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากครอบครัว ญาติ เพื่อน รวมถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเองก็เช่นกันค่ะ วันนี้เราเลยมีของฝากเด็ด ๆ จากภูเก็ตที่คุณไม่ควรพลาด ซึ่งของฝากทั้งหมดนี้ก็ต่างเป็นของฝากที่คุณสามารถซื้อได้ผ่านทางออนไลน์ได้ค่ะ เราหวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์ทั้งสำหรับคนที่ไม่เคยเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแต่อยากจะลองชิมของกินขึ้นชื่อของภูเก็ตเองและคนที่ได้เดินทางมาเที่ยวแล้วแต่ก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะซื้ออะไรกลับไปดี คิดว่าบทความของเราวันนี้จะช่วยหาคำตอบให้คุณได้นะคะ

รีวิว หมี่เหลืองฮกเกี้ยนภูเก็ต


รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 37 บาท*

‘หมี่ผัดฮกเกี้ยน’ เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตราบจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ ซึ่งเคล็ดลับความอร่อยก็อยู่ที่เส้นหมี่เหลืองที่ถือเป็นทีเด็ดของเมนูนี้เลย ซึ่งในช่วงนี้ใครที่คิดถึงรสชาติหมี่ผัดฮกเกี้ยนสไตล์ภูเก็ตแต่ไม่สามารถเดินทางมาได้หรือกินแล้วติดใจอยากจะกลับไปลองทำที่บ้านก็สามารถเลือกซื้อหมี่เหลืองอบแห้งกลับไปได้ค่ะ

โดยหมี่เหลืองฮกเกี้ยน ตรากวางมีเส้นสองแบบให้เลือกคือเส้นใหญ่และเส้นเล็ก ขนาด 250 กรัม ตัวเส้นมีความหอมให้สัมผัสที่เหนียวนุ่ม เส้นหมี่สีเหลืองสวยลวดออกมาแล้วดูน่ารับประทาน สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหมี่น้ำหรือหมี่ผัดน้ำขลุกขลิกเส้นฉ่ำ ๆ เหมือนแบบต้นตำรับก็อร่อย

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ขนมหน้าแตกแม่บุญธรรม สาขาต้นตำรับ


ขนมหน้าแตกแม่บุญธรรม สาขาต้นตำรับ

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 45 บาท*

อีกหนึ่งขนมพื้นเมืองที่คุณต้องลองให้ได้จากจังหวัดภูเก็ตนั่นก็คือ ‘ขนมหน้าแตก’ หรือ ‘คุกกี้หน้า’ จากร้านแม่บุญธรรมเลยค่ะ ขนมหน้าแตกถือเป็นขนมโบราณที่มีมานานแล้ว แต่ขนาดจริง ๆ นั้นจะมีขนาดใหญ่ หากใครที่เคยทานขนมหน้าแตกเจ้าอื่น ๆ ก็จะเห็นว่ามันมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ กัดปุ๊บแตกปั๊บและล่วงลงพื้นทันที จึงทำให้คุณป้าปรับขนาดให้เล็กลงเพื่อให้ทานได้ง่ายขึ้นค่ะ ขนมของป้ากัดขนมพอดีคำจริง ๆ ค่ะ ทานง่ายไม่มีร่วงเพราะคำเดียวหมด ฮ่า ๆ โดยในหนึ่งกล่องนั้นจะบรรจุทั้งหมด 24 ชิ้น เรียกว่าอิ่มไป 3 วัน 7 วันเลยค่ะ

สำหรับรสชาติของขนมหน้าแตกแม่บุญธรรมนั้นจะมีรสหวานน้อย แป้งจะมีความหอมเพราะทางร้านนั้นอบขนมใหม่สดทุกวันค่ะ เนื้อของขนมหน้าแตกจะกรอบอร่อย เป็นเนื้อที่อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่บอกได้คำเดียวว่าไม่เหมือนกับคุกกี้ทั่ว ๆ ไปแน่นอน รสชาติและสัมผัสจะเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ต้องลองให้ได้ค่ะ ส่วนการจะทานให้อร่อยนั้นก็ต้องทานคู่กับน้ำชาหรือกาแฟนั่นเองค่ะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ขนมบี้พ้าง (ขนมข้าวพองทอดกรอบ)


ขนมบี้พ้าง (ขนมข้าวพองทอดกรอบ)

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 45 บาท*

แค่ได้ยินชื่อทุกคนอาจจะสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่ามันคืออะไรกันแน่ จริง ๆ แล้วขนมชนิดนี้นั้นก็คือขนมข้าวพองทอดกรอบที่ตัดมาเป็นชิ้นนั่นเองค่ะ โดยชาวภูเก็ตมักจะเรียกขนมชนิดนี้ว่า ‘บี้ผ้าง’ หรือ ‘บี้พ้าง’ สำหรับขั้นตอนการทำขนมชนิดนี้ก็จะนำข้าวพองลงไปทอดจนกรอบฟู จากนั้นก็นำข้าวพองและหอมเจียวกรอบ ๆ ลงไปคลุกเคล้าในน้ำตาลที่เตี่ยวจนละลายดีและเป็นสีคาราเมลสวยงาม พอคลุกเคล้าเข้ากันดีแล้วคราวนี้ก็นำใส่ลงภาชนะแล้วตัดแบ่งชิ้นค่ะ รสชาติของบี้พ้างก็จะออกหวาน ๆ และเค็มนิดหน่อยถือว่ากลมกล่อมกำลังดี และยังได้กลิ่นหอม ๆ จากตัวหอมเจียวด้วยค่ะ

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือในเรื่องของความกรอบเพราะบี้พ้างจะมีเนื้อสัมผัสที่กรอบฟู แตกต่างจากข้าวพองแบบอื่น ๆ ค่ะ บี้พ้างจะกรอบ กัดง่าย เป็นมิตรต่อสุขภาพช่องปาก ทานแล้วไม่ปวดฟันแน่นอนค่ะ อิอิ ซึ่งบี้พ้างจากร้านที่เราเลือกมานี้ก็เป็นบี้พ้างสูตรดั้งเดิม รสชาติอร่อยแบบต้นตำรับแท้ ๆ เปิดขายมาเป็นเวลานานแต่ในเรื่องของรสชาติก็ยังคงอร่อยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ยังไงก็ต้องลองให้ได้เลยนะคะ

ซื้อที่ Shopee

รีวิว โอ้เอ๋วคัพ น้ำแดงโบราณ (พร้อมทาน)


โอ้เอ๋วคัพ น้ำแดงโบราณ (พร้อมทาน)

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 49 บาท*

ถ้าเกิดว่าคุณเคยดูซีรีส์เรื่อง ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ’ ด้วยใจเธอมาก่อนอาจจะต้องรู้จักหรือได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้วนะคะ ซึ่งถ้าหากใครที่ไม่เคยลองวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ลองชิมเป็นครั้งแรก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโอ้เอ๋วกันก่อน โอ้เอ๋วคือของหวานชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นวุ้นใส ๆ ได้มาจากการผสมระหว่างเมล็ดโอ้เอ๋วและเมือกกล้วยน้ำว้า เนื้อของโอ้เอ๋วจะมีความพิเศษคือมันค่อนข้างเด้งดึ๋งนิ่ม ๆ เนื้อเนียน ๆ มีกลิ่นกล้วยหอม ๆ ไม่เหมือนกับวุ้นทั่ว ๆ ไป

โอ้เอ๋วสูตรโบราณก็จะต้องใส่น้ำแดงลงไปด้วยค่ะจะได้หอม ๆ ซึ่งโอ้เอ๋วที่เราเลือกมาให้วันนี้ก็มาพร้อมกับน้ำแดงแล้วเรียบร้อย การจะทานโอ้เอ๋วให้อร่อยมากขึ้นแนะนำให้แช่ตู้เย็น ก่อนทานก็ให้ผสมน้ำแดงลงไปกับวุ้นโอ้เอ๋ว เพิ่มน้ำแข็งเกล็ดเล็ก ๆ จากนั้นก็ใส่ถั่วแดง แตงโม หรือท็อปปิ้งอย่างอื่นตามชอบเพื่อให้รสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ โอ้เอ๋วถือเป็นของหวานที่อร่อยและมีประโยชน์ มีสรรพคุณช่วยดับกระหายน้ำ แก้ร้อนในและให้ความสดชื่นได้ดีโดยเฉพาะการได้ทานโอ้เอ๋วในช่วงหน้าร้อนนั้นเป็นอะไรที่วิเศษมาก ๆ เลยทีเดียว

ซื้อที่ Shopee

รีวิว เต้าซ้อ แม่บุญธรรม


เต้าซ้อ แม่บุญธรรม

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 68 บาท*

เต้าส้อถือเป็นขนมขึ้นชื่อและเป็นของฝากชื่อดัง แต่ถ้าหากจะซื้อฝากคนพิเศษทั้งทีก็ต้องเรียกเต้าส้อแบบโบราณดั้งเดิม ซึ่งก็แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นเต้าส้อของแม่บุญธรรมอย่างเดียวเท่านั้น เต้าส้อแม่บุญธรรมเป็นเต้าส้อที่มีสูตรลับเฉพาะส่งต่อจากรุ่นสุ่รุ่นนี่จึงทำให้เต้าส้อของแม่บุญธรรมมีรสชาติและความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร

ตัวแป้งจะมีความกรอบและหอม แป้งบางแต่ไส้เยอะมากค่ะ โดยไส้นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 ไส้ได้แก่ ไส้หวานไข่เค็ม, ไส้เค็มไข่เค็ม, ไส้หวาน และไส้เค็มซึ่งสองไส้สุดท้ายจะไม่มีไข่เค็มตรงกลางนะคะ ไส้หวานของแม่บุญธรรมจะไม่ได้หวานมากค่ะแต่จะออกมัน ๆ หวาน ๆ นิดหน่อยท่านง่าย ส่วนไส้เค็มก็จะมีความมัน เค็ม และเผ็ดนิด ๆ เพราะมีส่วนผสมของพริกไทย แถมยังมีกลิ่นที่หอมอีกด้วยค่ะ โดยสามารถเก็บนอกตู้เย็นได้นานถึง 2 สัปดาห์

ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างคือที่ร้านของแม่บุญธรรมจะมีจำหน่ายขนมเต้าส้อขนาดเล็กจิ๋วด้วยนะคะ ซึ่งขนาดนี้ก็หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ๆ ไม่แพ้ชิ้นปกติเลยค่ะ เผลอ ๆ อาจจะอร่อยกว่าด้วยซ้ำ อิอิ เพราะว่ามันมาในขนาดที่เล็กจิ๋วพอดีคำกำลังดี แนะนำให้ลองทานคู่กับชาร้อนหรือกาแฟยามเช้าก็จะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว คุณแม่จู้ ขนมพริกไทย


คุณแม่จู้ ขนมพริกไทย

รูปภาพจาก khunmaejuphuket.com

ราคา 75 บาท*

ขนมพริกไทยหรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าขนมพริกจัดว่าเป็นอีกหนึ่งของฝากที่ได้รับความนิยมเป็นมากอย่างและถือเป็นขนมพื้นเมืองโบราณที่อยู่คู่ภูเก็ตมานาน มักจะเสิร์ฟคู่กับชาร้อน ๆ เช่นเดียวกันกับเต้าซ้อเลยค่ะ ส่วนทีเด็ดความอร่อยของขนมพริกไทยนั้นก็คือมันจะมีรสหวานนิด ๆ และแทรกด้วยความเผ็ดร้อนจากพริกไทยนั่นเองค่ะ รูปทรงของขนมจะเป็นชิ้นกลมบางมีลักษณะคล้ายกับเหรียญ แต่จะมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป จะชิ้นเล็กหรือใหญ่นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านที่ผลิตนั่นเองค่ะ

ขนมพริกจะเกิดจากการนำแป้งและไส้มาม้วนรวมกันให้แน่นจากนั้นจึงค่อยตัดและนำเข้าเตาอบ ซึ่งจะแตกต่างคุกกี้ทั่วไปที่มักจะผสมส่วนต่าง ๆ รวมกันเป็นเนื้อเดียว ส่วนที่เป็นสีขาวที่คุณนั้นคือส่วนของแป้งที่ให้รสหวาน ส่วนสีน้ำตาลเข้มที่เห็นนั่นก็คือไส้ที่มีส่วนผสมของพริกไทย, งา, แป้ง และอื่น ๆ ค่ะ ทำให้เมื่อกัดเข้าไปแล้วสองส่วนนี้จะค่อย ๆ ผสมกันอย่างลงตัว คำแรก ๆ คุณจะสัมผัสได้ถึงเนื้อที่กรอบ หอม และหวาน แต่พอผ่านไปสักพักก็จะเริ่มได้รสชาติเผ็ดนิด ๆ ที่มาจากไส้พริกไทยนั่นเองค่ะ สำหรับขนมพริกของแม่จู้ก็มาในขนาด 100 กรัม บรรจุมาในกล่องกระดาษที่ออกแบบมาในสไตล์ภูเก็ตสวยงาม เก็บได้นานถึง 3 เดือน เหมาะสำหรับซื้อกลับไปฝากคุณที่คุณรักมาก ๆ เลยค่ะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ขนมมั่วหลาว (งาพอง)


ขนมมั่วหลาว (งาพอง)

รูปภาพจาก pornthipphuket.com

ราคา 80 บาท*

สำหรับขนมที่เป็นของฝากที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของภูเก็ตก็เป็นขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาเมื่อครั้งอดีตเช่นเดียวกัน โดยขนมชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ขนมหม่อหลาว’ หรืออาจจะเรียกว่า ‘มั่วหลาว’ ก็ได้ซึ่งมันก็คือขนมงาพองนั่นเองค่ะ ถือเป็นขนมพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในจังหวัดภูเก็ตและรวมไปถึงจังหวัดพังงาด้วยค่ะ

ขนมมั่วหล่าวมีส่วนผสมสำคัญมาจากแป้ง งา และเผือกโดยที่ใส่เผือกผสมลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอมหวานแบบธรรมชาติ จากนั้นก็นำไปทอดและคลุกด้วยน้ำตาลและตามด้วยงาก็เป็นอันเสร็จ แต่บอกเลยค่ะว่ากว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ฝีมือ และความพิถีพิถันในทุก ๆ ขั้นตอนจริง ๆ ค่ะ

ในส่วนของรสชาตินั้นกจะมีรสชาติที่หวานนิด ๆ ไม่ถึงกับหวานมาก มีความมัน และหอมจากกลิ่นของงาคั่วที่อัดแน่นทั่วตัวขนม เนื้อด้านนอกสุดจะมีความกรอบและฟูกัดแล้วละมุนมาก ๆ ส่วนด้านในจะกลวง ไม่มีเนื้อหรือไส้ ทานเล่น ๆ ได้อร่อยไม่มีเบื่อ เคี้ยวเพลินสุด ๆ ไปเลยค่ะ สำหรับกระปุกนี้ก็มีขนาด 150 กรัม ได้มั่วหลาวไปหลายชิ้นเลยค่ะ เก็บไว้ทานได้นาน 1 ปี บรรจุมาในกระปุกพร้อมฝาปิดอย่างดี รับรองได้ค่ะว่ากรอบนานแน่นอน

ซื้อที่ Shopee

รีวิว สังขยาไข่ สูตรภูเก็ตดั้งเดิม


สังขยาไข่ สูตรภูเก็ตดั้งเดิม

รูปภาพจาก kopidephuket.com

ราคา 139 บาท*

สำหรับใครที่คิดถึงสังขยาไข่สูตรโบราณเหมือนเมื่อตอนที่เราเด็ก ๆ แล้วละก็แนะนำให้ลองสังขยาไข่จากร้านโกปี๊ เดอ ภูเก็ต ร้านอาหารพื้นเมืองอีกหนึ่งร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักเที่ยวทั่วไปค่ะ โดยสูตรสังขยาของทางร้านนั้นจะเป็นสูตรต้นตำรับโบราณที่ทำขายมานานกว่า 20 ปี แค่นี้ก็พอจะการันตีความอร่อยได้แล้วใช่ไหมคะ?

ส่วนผสมของสังขยาไข่โบราณก็จะมาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ ไม่มีส่วนผสมของแป้งแต่กลับให้รสชาติที่หอมหวานมันเข้มข้น เนื้อสังขยาเนียนนุ่มละมุนลิ้น มีรสหวานแต่จะไม่ได้หวานมากจนเกินไป แถมยังไม่เลี่ยนด้วยค่ะ เหมาะมาก ๆ สำหรับการทาบนขนมปิ้งร้อน ๆ ตอนเช้า หรือทานคู่กับปาท่องโก๋กรอบ ๆ ก็อร่อยเหาะ อย่าบอกใครเชียว มาในขนาด 300 กรัม มีอายุการเก็บรักษาได้นาน 6 เดือนเลยค่ะ
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว คุณแม่จู้ น้ำพริกกุ้งเสียบรสดั้งเดิม


คุณแม่จู้ น้ำพริกกุ้งเสียบรสดั้งเดิม

รูปภาพจาก khunmaejuphuket.com

ราคา 160 บาท*

ร้านคุณแม่จู้เป็นอีกหนึ่งร้านของฝากที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะชาวไทยหรือต่างชาติจะต้องแวะเพื่อหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน ซึ่งของฝากที่ฮอตฮิตและขายดีที่สุดของร้านเลยก็คือน้ำพริกกุ้งเสียบสูตรดั้งเดิมกระปุกนี้เลยค่ะ เป็นสูตรต้นตำรับที่ได้ถูกแปรรูปมาจากน้ำพริกกุ้งเสียบสด รสชาติอร่อยเหมือนกันเป๊ะเพียงแต่ถูกนำมาแปรรูปเพื่อให้สามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

น้ำพริกของแม่จู้จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กลิ่นหอมด้วยสมุนไพรไทยและวัตถุดิบอย่างเลือกสรรมาอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเอกของงานนี้อย่างกุ้งเสียบก็เลือกใช้กุ้งตัวโตเต็มชิ้น ให้สัมผัสที่กรุบ ๆ กรอบ ๆ หอมมันอร่อย โดยสูตรนี้ที่เรานำมาฝากก็จะเป็นสูตรเผ็ดปานกลาง ดังนั้นใครที่ไม่ทานเผ็ดมากก็แนะนำเลยค่ะ

การจะทานน้ำพริกกุ้งเสียบให้อร่อยและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพควรเลือกทานน้ำพริกกุ้งเสียบพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ และผักสด ๆ ค่ะ บอกได้คำว่าอร่อยฟินไม่มีผิดหวัง และถ้าหากว่าทานไม่หมดก็สามารถเก็บไว้ทานในครั้งต่อได้เพราะน้ำพริกแม่จู้ได้ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ทำให้สามารถเก็บไว้ทานได้ยาว ๆ ถึง 6 เดือนโดยที่รสชาตินั้นยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ใครที่อยากจะทานน้ำพริกสูตรของภูเก็ตแท้ ๆ หรืออยากจะส่งต่อความอร่อยนี้ให้กับคนพิเศษก็เชิญทางนี้เลยจ้า…

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว เมธีภูเก็ต เมล็ดมะม่วงหิมพานต์รสธรรมชาติ


เมธีภูเก็ต เมล็ดมะม่วงหิมพานต์รสธรรมชาติ

รูปภาพจาก metheecashewnut.com

ราคา 180 บาท*

ร้านเมธีถือเป็นอีกหนึ่งร้านขายของฝากที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีของฝากมากมายหลายอย่างแต่ถ้าเป็นของฝากที่ขายดีก็ต้องเป็นเมล็ดมะม่วงหิมพานต์หรือที่ชาวภูเก็ตมักจะเรียกว่า ‘กาหยี’ นั่นเองค่ะ ร้านเมธีถูกยกให้เป็นตำรับเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เปิดขายมานานกว่า 50 ปี มีการผลิตและจำหน่ายเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่หลากหลายรสชาติมาก ๆ

โดยรสชาติที่เราเลือกมาให้วันนี้ก็จะเป็นรสธรรมชาติในแบบออริจินอลที่คัดสรรมาแต่เมล็ดสดเต็มเม็ด เกรดเยี่ยม นำไปผ่านกระบวนการอบที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ทำให้เนื้อเลยแห้งสนิท การใช้วิธีการอบแบบ 100% จะช่วยลดปริมาณไขมันที่เกิดจากการทอดได้ แล้วก็ยังให้รสชาติที่อร่อยกว่า มันกว่า แถมให้กลิ่นที่หอมกว่าอีกด้วยค่ะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว ขนมพังเปี๊ยะ ร้านอาตั๊กแก


ขนมพังเปี๊ยะ ร้านอาตั๊กแก

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 200 บาท*

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับขนมที่มีชื่อว่า ‘ขนมผ่างเปี๊ยะ’ หรือ ‘ขนมพังเปี๊ยะ’ ที่เป็นขนมพื้นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนฮกเกี้ยน โดยชื่อเรียกของขนมชนิดนี้ก็มาจากภาษาฮกเกี้ยนเช่นกันค่ะ โดยคำว่า ‘ผ่าง’ นั้นแปลว่ากลมซึ่งตรงกับลักษณะของขนมที่เป็นลูกกลม ๆ สีขาวนั่นเองค่ะ หลาย ๆ คนเห็นเช่นนี้แล้วคิดว่าด้านในจะต้องอัดแน่นไปด้วยไส้ใช่ไหมล่ะคะ? อยากบอกว่าไม่ใช่เลยค่ะ เพราะด้านในผ่างเปี๊ยะจะกลวงค่ะ ไส้จะมีอยู่รอบ ๆ ติดกับตัวแป้งด้านในเท่านั้น ส่วนตรงกลางก็จะกลวงไม่มีอะไรเลยค่ะ

วิธีการทำขนมผ่างเปี๊ยะก็จะใช้การอบจนแป้งพองตัวจนกลายเป็นลูกกลม ๆ อย่างที่เราเห็นกันค่ะ ตัวแป้งจะไม่ได้หนาแต่จะค่อนข้างบางให้เนื้อสัมผัสที่หนึบและกรอบเล็กน้อย ส่วนไส้ที่ติดกับตัวแป้งด้านในก็จะมี 2 ไส้ให้เลือกคือไส้หวานและไส้เค็มค่ะ ขนาดของผ่างเปี๊ยะก็จะต่างกันออกไป เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่ถ้าให้อร่อยต้องขนาดกลาง ๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป อย่างของร้าน อาตั๊กแก นี้เลยค่ะถือว่ากำลังดี ทานอร่อยเลยทีเดียว โดยราคานี้มาในขนาดห่อละ 170 กรัม ที่ให้มาถึง 5 ห่อเลยค่ะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว หมูฮ้องภูเก็ต แบบปรุงสำเร็จพร้อมทาน


หมูฮ้องภูเก็ต แบบปรุงสำเร็จพร้อมทาน

รูปภาพจาก kopidephuket.com

ราคา 349 บาท*

ต่างเป็นที่ทราบกันดีค่ะว่าหมูฮ้องภูเก็ตนั้นเป็นเมนูที่เมื่อเราเข้าไปร้านอาหารจะต้องสั่งทานให้ได้ แต่ตอนนี้อะไร ๆ ก็สะดวกง่ายดายมากขึ้นโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านก็สามารถสั่งไปทานได้ที่บ้านเลยค่ะ เพิ่งแค่ฉีกซองแล้วนำเข้าเวฟก็พร้อมทานทันที โดยหมูฮ้องของร้านโกปี๊ เดอ ภูเก็ต อันนี้จะเป็นสูตรดั้งเดิมของทางร้าน ใช้หมูสามชั้นอย่างดีมีคุณภาพที่ทั้งสะอาดและปลอดภัย จากนั้นก็นำไปหมักกับเครื่องเทศให้เข้าเนื้อและปิดท้ายด้วยการปรุงรสให้รสชาติตามต้องการ แล้วก็นำไปตุ๋นจนได้หมูฮ้องเนื้อสามชั้นที่แสนอร่อย เนื้อนิ่มหวานฉ่ำ หอมละมุน พร้อมละลายในปาก

หมูฮ้องของทางร้านก็ยังมาพร้อมกับน้ำขลุกขลิกเข้มข้น ไว้สำหรับราดกับข้าวสวยร้อนหรือซดคู่กับหมูฮ้องก็ยิ่งจะอร่อย หมูฮ้องของทางร้านบรรจุมาในถุงฟลอยด์อย่างดี แน่นหนามิดชิด และไม่ทำให้เน่าเสียเร็ว คุณสามารถเก็บไว้ทานได้นานถึง 6 เดือนเชียวค่ะ และโปรดทราบไว้ว่านอกจากจะอร่อยแล้วหมูฮ้องร้านนี้ก็ยังสะอาดปลอดภัย ไม่มีสารกันบูด ผงชูรส ดินประสิว หรือสารปนเปื้อนในอาหารที่เป็นอันตรายแต่อย่างใดด้วยนะคะ

ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

อาหาร 5 มื้อแบบชาวภูเก็ต


อย่างที่เราได้เกริ่นไปตั้งแต่ต้นค่ะว่าภูเก็ตนั้นไม่ได้มีหาดที่สวยและมีชื่อเสียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ภูเก็ตมีเสน่ห์และโดดเด่นต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ก็คือการรวบรวมเอาวัฒนธรรม วิถีความเป็นอยู่ที่ของผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติมารวมกันได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนคือในเรื่องของอาหารการกินนั่นเองค่ะ

อาหารของภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานล้วนแล้วมีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว นอกจากนี้ภูเก็ตยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดค่ะที่เรียกได้ว่าหาของอร่อย ๆ ทานได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ โดยที่แต่ละเมนูนั้นไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งนี่เองค่ะที่เป็นที่มาของการกินอาหารในแบบฉบับของชาวภูเก็ตแท้ ๆ ว่ากันว่าคนภูเก็ตนั้นกินอาหารมากถึง 5 มื้อเลยทีเดียว ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าจะมีอะไรบ้าง ดังนั้นเราตามมาดูกันเลยค่ะ

1. มื้อเช้า

สำหรับมื้อเช้านั้นเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่เลยค่ะ โดยมื้อแรกนั้นชาวภูเก็ตอาจจะเริ่มด้วยติ่มซำ ช่วงเช้า ๆ จะเห็นได้ว่ามีร้านติ่มซำเปิดให้บริการกันเยอะมาก ๆ ค่ะ ซึ่งแต่ละร้านต่างก็มีทีเด็ดเป็นของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ร้านนี้อาจจะมีซาลาเปาอร่อย ร้านนู้นอาจจะเด็ดเรื่องน้ำจิ้ม หรือร้านข้าง ๆ อาจจะมีบักกุ๊ดเต๋เนื้อนุ่ม ซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลย นอกจากติ่มซำแล้วชาวภูเก็ตยังนิยมทานโรตีน้ำแกงในตอนเช้ากันด้วยนะคะ ทานโรตีร้อน ๆ กับน้ำชากาแฟก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เช่นกันค่ะ

แต่สำหรับใครที่คิดว่าการเริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบนี้ดูจะธรรมดาไปแล้วละก็ขอแนะนำเป็นขนมจีนเลยค่ะ เพราะขนมจีนก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนในท้องถิ่นนิยมรับประทานกันค่ะ แต่ก็ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าใครที่ท้องไม่ดีก็ไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่านะคะเพราะไม่งั้นแล้วอาจจะต้องลำบากตลอดทั้งวันแน่เลย อิอิ แต่ถ้าหากว่าใครจะอยากจะเริ่มเช้าวันใหม่แบบซาบซ่าก็ขอเชิญลองขนมจีนราดน้ำยาเยิ้ม และสุดท้ายก็อย่าลืมสั่งไก่ทอดมาทานคู่กันด้วยนะคะ

2. มื้อเที่ยง

หลังจากที่เสร็จสิ้นจากมื้อเช้ากันแล้ว คราวนี้ก็มาเติมพลังต่อกันที่มื้อเที่ยงกันบ้าง สำหรับมื้อเที่ยงนั้นก็จะเน้นอาหารที่หนักขึ้นมาจากมื้อเช้าหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้มีแรง หลัก ๆ แล้วก็จะได้มาจากเส้นหมี่ค่ะ โดยอาหารที่นิยมทานกันในมื้อเที่ยงนี้ก็คือหมี่ผัดฮกเกี้ยน หมี่น้ำ และอื่น ๆ แต่ถ้าให้แนะนำก็ต้องลองหมี่ผัดฮกเกี้ยนเลยค่ะเพราะหมี่ของที่นี่นั้นเส้นเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับไข่แดงที่ยังไม่สุกดีและมีน้ำขลุกขลิกเล็กน้อยคือที่สุดเลยค่ะ

หลังจากที่ทานของความกันแล้วก็ต้องต่อด้วยของหวาน ซึ่งของหวานที่ว่านี้ก็คือโอ้เอ๋วขนมหวานที่มีลักษณะเป็นวุ้นสีใส เนื้อนิ่มที่มาพร้อมกับน้ำแข็ง ถั่วแดง และราดน้ำแดงอีกรอบ รสชาติของโอ้เอ๋วจะหวานหอมอร่อยเหมาะสำหรับอากาศที่ร้อนอบอ้าวของภูเก็ตมาก ๆ ค่ะ

3. มื้อบ่าย

นั่งหรือเดินสักพักเพื่อให้อาหารที่กินเข้าไปได้ย่อย จากนั้นก็มาต่อกันที่มื้อบ่ายกันต่อ โดยมื้อนี้นั้นจะไม่เน้นของหนัก ๆ มากเกินไป สำหรับอาหารมื้อนี้ก็จะมีหมี่หุ้นกระดูกหมูเบา ๆ หรือถ้าหากใครไม่ชอบก็ลองหาปอเปี๊ยะสด, โลบะ, เต้าหู้ทอด หรือเกี้ยนทอดก็ได้เหมือนกัน

สำหรับใครที่ไม่รู้จักโลบะและเกี้ยนนั้นเดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังว่ามันคืออะไร เริ่มจากโลบะก่อนเลยนะคะ โลบะคือส่วนของหัวหมูและเครื่องในหมูที่นำไปลวกแล้วเอามาทอด นิยมทานคู่กับน้ำจิ้มโลบะที่มีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ส่วนเกี้ยนคืออาหารที่นำเอาเนื้อหมูผสมด้วยเครื่องเทศ แล้วนำไปห่อด้วยเปลวหมูหรือฟองเต้าหู้จากนั้นก็นำไปทอด มักจะขายในร้านเดียวกันโลบะ ทานคู่กับน้ำจิ้มเช่นกันค่ะ และนี่ก็คือทั้งหมดสำหรับมื้อบ่ายค่ะ

4. มื้อเย็น

และแล้วก็มาถึงมื้อเย็นนะคะ สำหรับมื้อเย็นจะเน้นทานอาหารพื้นเมืองเพื่อให้อยู่ท้อง โดยอาหารก็จะค่อนข้างหนักไม่ว่าจะเป็นใบเหลียงผัดไข่, แกงส้ม, แกงเนื้อปูใบชะพลู, น้ำชุบหยำ (น้ำพริกแบบขยำ) และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือหมูฮ้องค่ะ หมูฮ้องเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากจะแนะนำให้คุณได้ลองทานหากมีโอกาสได้มาภูเก็ต เพราะหมูฮ้องของที่นี่นั้นอร่อยมากค่ะ มีทั้งความหวานกลมกล่อมเข้าเนื้อ แถมยังหอมด้วยสมุนไพรนานาชนิด เนื้อหมูฮ้องจะเป็นเนื้อหมูสามชั้นที่นิ่มละมุนลิ้นยิ่งทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ นี่คือดีงามมากค่ะ แนะนำเลยว่าต้องลองให้ได้

5. มื้อดึก

สุดท้ายท้ายสุดของวันก็ต้องปิดท้ายด้วยโอต้าว หลาย ๆ คนคงจะงงกันใช่ไหมล่ะคะว่าโอต้าวคืออะไร? โอต้าวก็คือการนำเอาแป้ง ไข่ เผือก หอยนางรมตัวเล็ก ๆ ผัดให้เข้ากันจากนั้นก็ปรุงรส ก่อนจะเสิร์ฟก็โรยหน้าด้วยแคบหมูกรอบ ๆ และถ้าหากอยากทานให้อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกก็ต้องทานคู่กับถั่วงอกสด ๆ ที่ทั้งขาวและอวบอั๋นกรอบอร่อยเท่านี้ก็จะทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติความอร่อยแบบชาวภูเก็ตมากขึ้นแล้วค่ะ โอต้าวถือเป็นอาหารพื้นเมืองสไตล์ชาวจีนฮกเกี้ยนที่มีมานานมาก ฉะนั้นแล้วจะพลาดไม่ได้นะคะ


บทสรุป


และทั้งหมดนี้ก็คือของฝากจากจังหวัดที่ได้ถูกขนานนามว่าเปรียบเสมือนไข่มักแห่งอันดามัน สวรรค์เมืองใต้อย่างจังหวัดภูเก็ตนั่นเองค่ะ หากใครได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมแวะไปชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมภายในตัวเมืองด้วยนะคะ ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้เราอยากจะแนะนำให้ลองพักในเมืองดูสัก 1 – 2 คืน เพราะว่าภายในตัวเมืองและบริเวณรอบ ๆ นั้นนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว ก็มีทั้งร้านค้า, ร้านอาหาร, ค่าเฟ และร้านนั่งชิวในยามค่ำคืนเองก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้เพียบเลยค่ะ ยิ่งใครที่เป็นสายกินนี่เราก็ขอแนะนำเลยค่ะว่าจะต้องลองดูสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ 🙂

นอกจากของฝากจากจังหวัดภูเก็ตแล้ว เราก็ยังมีของฝากจากจังหวัดอื่น ๆ มาฝากกันด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นของฝากจังหวัดสงขลา, ของฝากจังหวัดตรัง, ของฝากจังหวัดพัทลุง รวมถึงของฝากจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยนะคะ ใครที่สนใจอยากได้ของฝากทั้งที่เป็นของกินและของใช้ ไม่ว่าจะซื้อใช้เองหรือซื้อเป็นของฝากฝากถึงคนพิเศษก็สามารถแวะเข้าไปชมก่อนได้นะคะ สำหรับวันนี้เราก็ขอจบบทความไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามผลงานการเขียนของเรามาโดยตลอดแล้วไว้เจอกันให้ในบทความหน้าอีกนะคะ สวัสดีค่ะ

Back to top button