กีฬาและการเดินทาง

รีวิว กาแฟดีแคฟ กาแฟไร้คาเฟอีน ยี่ห้อไหนที่ดีที่สุด ปี 2022

สำหรับบางคน “กาแฟ” เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายที่ขาดไม่ได้ จำเป็นต้องได้ดื่มทุกเช้าเพื่อให้ร่างกายสดชื่น มีแรง รู้สึกกระชุ่มกระชวย ทั้งกาแฟกระป๋อง, กาแฟซอง, กาแฟสด หรือแม้แต่ขนมหวานที่ทำจากกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนก็ขอให้เป็นกาแฟไว้ก่อน “แต่เอ.. แล้วถ้าคนที่ชอบดื่มกาแฟมาก ๆ แต่ดื่มทีไรเป็นอันต้องใจสั่นทุกที จนต้องงดดื่มเครื่องดื่มกาแฟไปล่ะ จะทำยังไงดี ?”

กาแฟ
ร่างกายต้องการสารกระตุ้นที่มีคาเฟอีน อย่างเช่น กาแฟ

วันนี้เราได้หาทางออกมาให้ทุกคนแล้วค่ะ เพราะในปัจจุบันวงการกาแฟถือได้ว่ามีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ผู้ที่มีปัญหาในด้านการดื่มคาเฟอีน ก็สามารถดื่มได้ในเครื่องดื่มกาแฟที่เรียกว่า “กาแฟดีแคฟ” ได้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร ? ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับเจ้ากาแฟดีแคฟแบบเบื้องต้นกันก่อนดีกว่า เผื่อใครที่เป็นมือใหม่เพิ่งเข้าวงการกาแฟจะได้ไม่งงกัน เราไปดูกันดีกว่า ว่ากาแฟดีแคฟคืออะไร มีวิธีเลือกซื้ออย่างไร และมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

กาแฟดีแคฟยี่ห้อไหน ที่เหมาะสำหรับคุณ


  • กาแฟดีแคฟ ชนิดเมล็ดคั่วสด เหมาะกับสายชิล มีศิลปะในหัวใจ,กาแฟดีแคฟ ที่สามารถเลือกระดับการคั่วได้ : Noble Tree Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการคั่วและระดับการบดได้ ตรา โนเบิล ทรี คอฟฟี่ ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ ชนิดสำเร็จรูป พร้อมชง เหมาะกับสายเร่งรีบ: Nescafé Gold Decaf Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ ตรา เนสกาแฟ โกลด์ ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ ที่สามารถเลือกระดับการบดได้: Standtall Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้ ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ ยี่ห้อที่ใช้วิธีสกัดคาเฟอีนแบบปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: Roast8ry Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้ ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ รสเฮเซลนัท: Little’s Rich Hazelnut กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสริชเฮเซลนัท ตรา ลิทเติ้ล ริช ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ สูตรออร์แกนิค: Cafedirect Decaf Organic Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ สูตรออร์แกนิค ตรา คาเฟ่ไดเร็ก ซื้อเลย
  • กาแฟดีแคฟ ยี่ห้อที่สกัดคาเฟอีนออกได้มากที่สุด: Boncafe Classic Blends กาแฟสดคั่วบด ดีแคฟ ตรา บอนกาแฟ ซื้อเลย

กาแฟดีแคฟ คืออะไร ? (1-5)


เมล็ดกาแฟ
กาแฟดีแคฟ คือ เมล็ดกาแฟทั่วไป ที่ขจัดสารคาเฟอีนออกเกือบหมด

กาแฟดีแคฟ หรือ decaffeinated coffee พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนนั่นเองค่ะ โดยกาแฟดีแคฟนั้นเป็นกาแฟที่ผลิตมาจากเมล็ดกาแฟที่ขจัดสารคาเฟอีนออกไปอย่างน้อย 97% แล้วจึงนำไปคั่ว กาแฟดีแคฟยังคงมีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย (ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกาแฟปกติ) เนื่องจากคาเฟอีนไม่สามารถขจัดออกได้อย่างสมบูรณ์ 100% ตัวอย่างเช่น ปกติกาแฟ 1 ถ้วยจะมีปริมาณคาเฟอีน 95 มิลลิกรัม ในขณะที่กาแฟดีแคฟจะมีปริมาณคาเฟอีนเพียง 2 มิลลิกรัมเท่านั้น ส่วนรสชาติและกลิ่นบอกเลยว่าไม่เข้มข้นเท่ากาแฟปกติแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ขจัดสารคาเฟอีนด้วยเช่นกันค่ะ

ใครที่เหมาะกับการดื่มกาแฟดีแคฟ 


หลายคนอาจสงสัยว่ากาแฟดีแคฟดื่มเพื่ออะไร ? ในเมื่อเราดื่มกาแฟก็เพื่อต้องการประโยชน์จากคาเฟอีน ที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น รู้สึกกระปรี้กระเปร่า นั่นก็เพราะว่าในโลกของเราจะมีบุคคลบางประเภทที่ร่างกายไวต่อคาเฟอีน ดื่มกาแฟแค่แก้วเดียวก็อาจทำให้ใจสั่นหรือมือสั่นได้

ใครที่เหมาะกับการดื่มกาแฟดีแคฟ
ใครที่เหมาะกับการดื่มกาแฟดีแคฟ

ดังนั้นกาแฟดีแคฟจึงผลิตมาเพื่อให้ผู้ที่ไวต่อคาแฟอีนสามารถดื่มได้ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพที่ต้องจำกัดปริมาณคาเฟอีน เช่น ผู้ที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินอาหาร, คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น (4, 6-7) นอกจากนี้กาแฟดีแคฟยังเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟ แต่ไม่ได้ต้องการเอฟเฟคจากการดื่มก็ได้เช่นกันค่ะ

วิธีเลือกซื้อกาแฟดีแคฟที่ดีที่สุด


1. เลือกจากสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟที่ชอบ

ความแตกต่างระหว่าง เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า (Arabica) และ โรบัสต้า (Robusta)
ความแตกต่างระหว่าง เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า (Arabica) และ โรบัสต้า (Robusta)

1.1 อาราบิก้า (Arabica)

อาราบิก้าเป็นเมล็ดกาแฟที่พบได้มากที่สุดในอเมริกาเหนือ ลักษณะของเมล็ดจะยาวเรียว ลำต้นจะสูง 2.5 – 4.5 เมตร ด้วยรสชาตินุ่มนวลไม่ค่อยเข้มข้มเท่ากับโรบัสต้า และตัวกาแฟมีแนวโนมที่จะเกิดกรดได้น้อยกว่าตัวอื่น ๆ ทำให้เป็นสายพันธุ์ที่นิยมดื่มกันมากที่สุดในบรรดาเมล็ดกาแฟ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรทราบคืออาราบิก้ามักนิยมดื่มแบบร้อนมากกว่าแบบเย็นหรือแบบใส่นม เพราะรสชาติค่อนข้างอ่อนนุ่มอยู่แล้ว หากนำมาเจือจางจะไม่เข้มข้นนั่นเองค่ะ โดยประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ได้แก่ บราซิล, จาไมกา, ฮาวาย, อินโดนีเซีย, เคนย่า, โคลอมเบีย, เอธิโอเปีย และภาคเหนือของประเทศไทย

1.2 โรบัสต้า (Robusta)

เมื่อพูดถึงการผลิตทั่วโลก เมล็ดกาแฟโรบัสต้าถือเป็นอันดับสองในรายการและเป็นที่นิยมมากที่สุดในยุโรปตะวันออกกลาง และแอฟริกา ลักษณะของเมล็ดจะป้อม ๆ เป็นทรงกลม ลำต้นสูงตั้งแต่ 4.5 – 6.5 เมตร รสชาติจะเข้มกว่าอาราบิก้าและมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงมาก ทำให้ลำต้น ไม่ค่อยมีแมลงมารบกวน สามารถปลูกได้ในระดับความสูงและสภาพอากาศเท่าใดก็ได้ และเนื่องจากความเข้มของรสชาติที่มากจนเกินไป โรบัสต้าจึงนิยมเอาไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูปมากกว่า หรืออาจใช้เป็นส่วนผสมในการคั่วด้วยการใช้อาราบิก้า 3 ส่วนต่อโรบัสต้า 1 เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้ส่วนของต้นทุนการผลิตนั่นเองค่ะ โดยประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้า ได้แก่ บราซิล, เอธิโอเปีย, แอฟริกา และภาคใต้ของประเทศไทย

1.3 ลิเบอริก้า (Liberica)

เมล็ดกาแฟลิเบอริก้า เป็นสายพันธุ์ที่ไม่เป็นที่นิยม ถือเป็นสายพันธุ์ที่หายาก มีกลิ่นหอมเปรียบเหมือนผลไม้และดอกไม้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีการนำไลเบอริก้าเพียงอย่างเดียวมาทำเป็นกาแฟสำหรับดื่ม เพราะคุณภาพของกาแฟไม่ดีนัก จึงมักจะถูกนำไปผสมกับเมล็ดกาแฟชนิดอื่นเพื่อให้ได้กลิ่นดีขึ้นนั่นเองค่ะ

1.4 เอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)

เป็นอีกหนึ่งในสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่นัก แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกและรสชาติใกล้เคียงกับโรบัสต้า แต่เอ็กซ์เซลซ่ากลับไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเท่ากับโรบัสต้า เพราะมีกลิ่นเหม็นเขียว รสชาติจะนุ่มนวลกว่าลิเบอริก้า ไม่ขมมาก แถมรสชาติกลมกล่อมและหอม คล้ายกับกาแฟอราบิก้า อีกด้วย

2. เลือกจากระดับการคั่ว

เลือกจากระดับการคั่วของ เมล็ดกาแฟ
เลือกจากระดับการคั่วของ เมล็ดกาแฟ

2.1 เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน

จะเป็นการเก็บรสชาติธรรมชาติของกาแฟไว้ได้มากที่สุด เมล็ดจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีรสเด่นไปทางเปรี้ยว ขมน้อย การคั่วในระดับนี้จึงนิยมในคั่วเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ดี เพื่อแสดงศักยภาพของกาแฟออกมา เหมาะกับการชองด้วยวิธีแบบ Slow Bar เช่นการ Drip แล้วดื่มเป็นกาแฟดำเพื่อที่จะดึงคุณลักษณะของเมล็ดนั้น ๆ ออกมาได้ชัดเจน หลายคนจึงติดใจเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนกันเป็นอย่างมาก แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบรสเปรี้ยว ก็อาจจะไม่ถูกจริตกับการคั่วระดับนี้ไปเลยค่ะ

2.2 เมล็ดกาแฟคั่วกลาง

ถือเป็นระดับที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีรสชาติที่บาลานซ์กันระหว่างความเปรี้ยวและความหวาน มีรสชาติขมไม่มากนัก ยังเก็บความเป็นธรรมชาติและคุณลักษณะของเมล็ดกาแฟไว้ได้ดีและมีความหวานที่มากขึ้นจากระดับคั่วอ่อน เหมาะกับการชงแบบเอสเพรสโซ่ หรือ Moka Pot, Aeropress, Syphon, French Press

2.3 เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม

ถือว่าเป็นระดับการคั่วยอดนิยมมาอย่างยาวนาน ในประเทศไทยก็มักจะใช้เมล็ดระดับคั่วเข้มเช่นกันค่ะ โดยจุดเด่นของการคั่วกาแฟระดับเข้มที่หลายคนชอบก็คือถ้าหากชงกับเครื่องเอสเพรสโซ่แล้ว จะได้ครีม่าที่เป็นโฟมสีทองลอยอยู่บนแก้วแลดูน่าทาน (ซึ่งครีม่าจริง ๆ มันจะเป็นส่วนของน้ำมันในเมล็ดกาแฟ) กาแฟระดับคั่วเข้มจะมีความหวานที่มากที่สุดและแทบจะไม่เหลือความเปรี้ยว รสชาติมีความเป็นดาร์กช็อกโกแลตและมีความเข้มสูง ซึ่งทำให้กาแฟระดับคั่วเข้มเหมาะสำหรับการทำกาแฟเย็นหรือกาแฟนมเนื่องจากกลิ่นและรสชาติของกาแฟจะชัด ไม่โดนรสชาติของนมกลบจนเกินไปนั่นเองค่ะ

3. เลือกระดับการบดให้เหมาะกับวิธีชงแบบต่าง ๆ

ระดับการบด เมล็ดกาแฟ
ระดับการบด เมล็ดกาแฟ
  • บดหยาบ (Coarse) : หรือที่เรียกกันว่าดอกเกลือ จะเหมาะกับการชงแบบ French Press ต้นตำรับการชงกาแฟสดจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีสไตล์การชงที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นการชงกาแฟแบบแช่ที่กรองเอากากกาแฟออกจากน้ำด้วยตะแกรง ดังนั้นถ้าใช้เมล็ดกาแฟที่บดละเอียดเกินไป จะทำให้เกิดตะกอนกาแฟหลุดลอดออกมาได้ง่ายนั่นเอง
  • บดปานกลาง (Medium) : ใช้กับการชงกาแฟแบบ Filter brewers คือการชงโดยการใช้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟ และผ้ากรอง เช่น การชงแบบ Dripper, Clever, Chemex, Syphon, Aeropress, Cold Drip และแบบ Vietnam
  • บดละเอียด (Fine) : เป็นการสกัดกาเเฟโดยใช้แรงดันจากความร้อนที่ระเหยผ่านกาเเฟ แต่เเรงดันจะไม่เยอะเท่าเครื่อง Espresso ดังนั้นเราไม่ควรบดละเอียดมากเกินไป การใช้ผงแบบบดละเอียดมักนิยมใช้ชงแบบ Moka pot, Low Pressure Espresso และแบบ Aeropress
  • บดละเอียดมาก (Very Fine) : เหมาะกับเครื่อง Espresso ที่ใช้แรงดันสูง ดันน้ำผ่านกาเเฟ ซึ่งเป็นการใช้ปริมาณน้ำในการชงน้อยกว่าวิธีอื่น จึงใช้การบดที่ละเอียดมากเพื่อให้น้ำผ่านกาแฟได้มากที่สุด เหมาะกับการชงแบบ Ibrik, High Pressure Espresso, Flair, Staresso, Rockpresso ซึ่งสรุปได้ว่ายิ่งใช้เมล็ดที่บดละเอียดเท่าไหร่ รสชาติก็จะเข้มขึ้นตามนั่นเอง

4. เลือกจากประเภทของกาแฟ

กาแฟ คั่ว บด กาแฟสด : เมล็ดกาแฟที่เก็บผลผลิตมาจากต้นสด ๆ แล้วนำมาผ่านกระบวนการคั่วซึ่งวิธีการของแต่ละแบรนด์ก็จะมีสูตรการคั่วที่แตกต่างกัน ทำให้คุณภาพ กลิ่น และสีของเมล็ดกาแฟมีความแตกต่างกัน อาจมาในรูปแบบเมล็ด หรือบดผงมาแล้วขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือก ความโดดเด่นของกาแฟสดถือได้ว่าเป็นกาแฟที่ให้รสชาติดีเยี่ยมในความเป็นธรรมชาติของตัวกาแฟอย่างชัดเจนเลยค่ะ
กาแฟ ซอง กาแฟสำเร็จรูป : คือการนำกาแฟสดที่ผ่านการคั่วบดไปสกัดเป็นน้ำกาแฟ แล้วนำไปแปรรูปให้เป็นผง โดยใช้ระบบพ่นแห้ง (Spray drying) หรือ ระบบแช่เยือกแข็ง (Freeze drying) ทำให้กาแฟสำเร็จรูปได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มักจะดื่มโดยผสมกับนมจืด, ครีมเทียม และน้ำตาล หรือที่เรียกว่า กาแฟ 3 in 1 ทำให้ชงง่าย สะดวกรวดเร็ว แถมยังมีการบรรจุแบบซอง พกไปดื่มที่ไหนก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ
กาแฟ แคปซูล กาแฟชนิดแคปซูล : คือกาแฟสดที่ผ่านการคั่วและบดมาอย่างดี จากนั้นนำมาบรรจุในแพ็กเกจที่คล้ายกับแคปซูล มีฝาซีลปิดสนิท ทำให้สามารถกักเก็บรสชาติ กลิ่น และความสดใหม่ไว้ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดื่มกาแฟสด แต่ใช้ เครื่องชงกาแฟสดแบบปกติได้ไม่ถนัด เพราะด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน โดยกาแฟแคปซูลจะต้องใช้คู่กับ เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล เท่านั้น และแคปซูลแต่ละยี่ห้อก็สามารถเข้ากันได้กับเครื่องชงที่รองรับเท่านั้นเช่นกันค่ะ

รีวิว Little’s Rich Hazelnut กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสริชเฮเซลนัท ตรา ลิทเติ้ล ริช


Little's Rich Hazelnut กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสริชเฮเซลนัท ตรา ลิทเติ้ล ริช

รูปภาพจาก wearelittles.com

ราคา 193 บาท*

ใครที่ไม่ถนัดการดื่มกาแฟรสชาติเข้มข้น ขอแนะนำเป็นตัวนี้เลยค่ะ กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสริชเฮเซลนัท ตรา ลิทเติ้ล ริช เป็นกาแฟรสชาติเฮเซลนัท ทำให้คุณได้รสชาติของกาแฟนุ่ม ๆ ผสมผสานก็ถั่วเฮเซลนัทหอม ๆ คุณภาพดี นำเข้าจากประเทศอังกฤษ นำมาผ่านกระบวนการ Freeze Dryed เพื่อเก็บคุณค่าและความหอมไว้เป็นอย่างดี ด้วยตัวกาแฟที่ใช้เมล็ดพันธุ์อาราบิก้า 100% ทำให้ได้กาแฟที่นุ่มละมุนลิ้น แถมวิธีการชงดื่มก็ง่าย เพียงแค่ตักกาแฟ 1 – 2 ช้อน ผสมกับน้ำร้อน แล้วคนให้เข้ากัน บอกเลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับกาแฟรสชาติใหม่ ๆ แน่นอนค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้เมล็ดพันธุ์อาราบิก้า 100%
  • ไม่ผสมน้ำตาล
  • ไม่มีแลคโตสและกลูเตน
  • ใช้กระบวนการสกัดคาเฟอีนที่ปลอดสารเคมี
สายพันธุ์ อาราบีก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ไม่ระบุ
ระดับการคั่ว ไม่ระบุ
ระดับการบด ไม่ระบุ
ประเภท กาแฟสำเร็จรูป
ปริมาณ 50 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Nescafé Gold Decaf Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ ตรา เนสกาแฟ โกลด์


Nescafé Gold Decaf Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ ตรา เนสกาแฟ โกลด์

รูปภาพจาก nescafe.com

ราคา 229 บาท*

หากพูดถึงกาแฟ เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Nescafé แน่นอนค่ะ เพราะเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แถมยังขึ้นชื่อในด้านกาแฟสำเร็จรูปที่อร่อย อย่างกาแฟดีแคฟตัวนี้ก็ผลิตจากประเทศเกาหลี นำมาผ่านกระบวนการสกัดคาเฟอีน ซึ่งเหลือคาเฟอีนอยู่เพียง 3% เท่านั้น และยังใช้เมล็ดกาแฟอาราบีก้า หอม นุ่ม เหมาะสำหรับนำมาทำเมนูอเมริกาโน่มาก ๆ ใครที่ดื่มกาแฟแบบเดิม ๆ แล้วใจสั่น ต้องมาลองเนสกาแฟ โกลด์ ดีแคฟ ตัวนี้เลยค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบีก้า ในขณะที่กาแฟสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะใช้สายพันธุ์โรบัสต้า
  • ใช้วิธีการผลิตแบบ Freeze Dryed ทำให้ยังคงกักเก็บความหอม และคุณภาพได้เป็นอย่างดี
  • ด้วยมาตรฐานของแบรนด์ดัง แต่กลับมีราคาถูก เมื่อเทียบกับกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้ออื่น
สายพันธุ์ อาราบีก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ไม่ระบุ
ระดับการคั่ว ไม่ระบุ
ระดับการบด ไม่ระบุ
ประเภท กาแฟสำเร็จรูป
ปริมาณ 100 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Tanmonkey Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการคั่วและระดับการบดได้


Tanmonkey Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการคั่วและระดับการบดได้

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 249 บาท*

อีกหนึ่งยี่ห้อขายดีสำหรับ Tanmonkey กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์มาในรูปแบบกระป๋องสุดคิ้วท์ ตัวเมล็ดกาแฟใช้สายพันธุ์อาราบิก้า 100% ที่ทางร้านได้คัดสรรค์เมล็ดที่มีคุณภาพมากที่สุดส่งตรงถึงมือคุณ บอกเลยว่ากลิ่นของเมล็ดกาแฟหอมทะลุถุงมาก ๆ ส่วนรสชาติจะออกแนวเครื่องเทศ, ดอกไม้, ช็อกโก้ และเลมอน เรียกได้ว่ามีการผสมผสาน Taste Notes (โทนกลิ่น) ออกมาได้อย่างพอดี ใครที่ชอบกาแฟที่ไม่เข้มมาก หอมละมุน และไม่มีคาเฟอีน อยากให้ลองตัวนี้ค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า ตระกูล Bourbon ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • สามารถเลือกระดับการบดเองได้ตามความต้องการ
  • มีกลิ่นแนวเครื่องเทศ, ดอกไม้, ช็อกโก้ และเลมอน ที่โดดเด่นกว่าตัวอื่น
  • ใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบ Swiss water ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี
สายพันธุ์ อาราบิก้า 100%
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศโคลอมเบีย
ระดับการคั่ว สามารถเลือกได้
ระดับการบด สามารถเลือกได้
ประเภท กาแฟสด
ปริมาณ 200 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Alto Coffee Decaf Instant Coffee กาแฟแคปซูล ดีแคฟ สำหรับเครื่อง Nespresso ตรา อัลโต


Alto Coffee Decaf Instant Coffee กาแฟแคปซูล ดีแคฟ สำหรับเครื่อง Nespresso ตรา อัลโต

รูปภาพจาก lazada.co.th

ราคา 250 บาท*

ใครที่มีเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลอยู่ที่บ้าน ขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ กาแฟแคปซูล ดีแคฟ สำหรับเครื่อง Nespresso ตราอัลโต ใครที่เคยดื่มกาแฟของร้านนี้แล้วอยากซื้อมาชงเองที่บ้าน บอกเลยว่าเหมาะมาก ๆ เพราะทางแบรนด์ได้ผลิตรสชาติที่ใกล้เคียงกับเมนูเครื่องดื่มที่ชงจากในร้านได้มากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้านั่นเองค่ะ รสชาติของกาแฟที่ได้จะเข้มแบบพอดี ดื่มง่าย ไม่ขมมาก ด้วยกาแฟที่บดมาอย่างละเอียดทำให้ได้กาแฟที่เข้มข้นกว่าการบดแบบหยาบ ยิ่งเป็นเมล็ดกาแฟจากโคลอมเบียก็ยิ่งได้กลิ่นอย่างชัดเจน และแทบไม่มีความเปรี้ยวเหลืออยู่เลยค่ะ อ้อ! ลืมบอกไปว่าแคปซูลตัวนี้ไม่สามารถใช้กับเครื่องระบบ Dolce Gusto ได้นะคะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบ Swiss water ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี
  • ใช้เมล็ดแบบคั่วกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มกาแฟรสเปรี้ยว
  • ใช้กาแฟสายพันธุ์อาราบิกา จากประเทศโคลอมเบีย ทำให้ได้กลิ่นไม้อย่างชัดเจน
สายพันธุ์ อาราบิก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศโคลอมเบีย
ระดับการคั่ว เมล็ดกาแฟคั่วกลาง
ระดับการบด บดละเอียด
ประเภท กาแฟชนิดแคปซูล
ปริมาณ 10 แคปซูล
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Roast8ry Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้


Roast8ry Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้

รูปภาพจาก shopee.co.th

ราคา 250 บาท*

Roast8ry กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ สวรรค์ของผู้ที่ชอบดื่มกาแฟกลิ่นช็อคโกแลตและคาราเมล ด้วยเมล็ดกาแฟจากโคลอมเบียที่ใช้น้ำร้อนในการสกัดคาเฟอีนออก จากนั้นนำมาคั่วระดับกลางถึงเข้ม ทำให้ลดระดับความเปรี้ยวลง และดึงความหวานออกมาได้อย่างชัดเจน รสชาติที่ได้จะเข้ม หอม กลมกล่อม มีกลิ่นดาร์กช็อคและคาราเมลที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว หากใครที่มีเครื่องชงกาแฟ ขอแนะนำเป็น ผงกาแฟ 19 กรัม ใช้น้ำร้อนไหลผ่านที่อุณหภูมิ 92 องศาเซลเซียส ให้ได้น้ำกาแฟสกัดอยู่ที่ 45 – 50 กรัม โดยใช้เวลา 30 – 35 วินาที แล้วคุณจะได้สัมผัสรสชาติกาแฟที่เพอร์เฟคสุด ๆ ไปเลยค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบ Swiss water ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี
  • ใช้เมล็ดแบบคั่วกลางถึงเข้ม เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟรสเข้ม เปรี้ยวน้อย
  • มีกลิ่นของดาร์กช็อคผสมคาราเมล ตามแบบฉบับของเมล็ดกาแฟ Typica จากโคลอมเบีย
สายพันธุ์ อาราบิก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศโคลอมเบีย
ระดับการคั่ว เมล็ดกาแฟคั่วกลางถึงเข้ม
ระดับการบด สามารถเลือกได้
ประเภท กาแฟสด
ปริมาณ 120 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Boncafe Classic Blends กาแฟสดคั่วบด ดีแคฟ ตรา บอนกาแฟ


Boncafe Classic Blends กาแฟสดคั่วบด ดีแคฟ ตรา บอนกาแฟ

รูปภาพจาก boncafe.co.th

ราคา 269 บาท*

มาถึงคนรักกาแฟสดกันบ้างค่ะ สำหรับ กาแฟสดคั่วบด ดีแคฟ ตรา บอนกาแฟ บอกเลยว่าตัวนี้เหมาะสำหรับสายอ่อน ด้วยรสชาติที่บางเบา นุ่มละมุน ยังคงรสเปรี้ยวได้ชัดเจน ใครที่ไม่ชอบกาแฟที่เข้มเกินไปตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ และทางแบรนด์ได้ใช้เมล็ดอาราบิก้า 100% ไม่ผสมกาแฟตัวอื่นเลยค่ะ ทำให้รสชาติที่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์คลาสสิค เบลนด์ แถมยังใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบพิเศษ ที่ทำให้เหลือคาเฟอีนอยู่น้อยมาก ๆ ใครที่เป็นไมเกรน, โรคหัวใจ, คุณแม่ตั้งครรภ์ กำลังให้นมบุตร สามารถดื่มได้หายห่วงค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีสกัดคาเฟอีนออกได้ถึง 99.99% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น
  • ใช้เมล็ดแบบคั่วอ่อน ทำให้ได้กลิ่นธรรมชาติของกาแฟได้ดีที่สุด และได้กาแฟรสเบาบาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบรสเข้ม
  • ตัวกาแฟมีรสอมเปรี้ยว ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบทานรสนี้
สายพันธุ์ อาราบิก้า 100%
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ไม่ระบุ
ระดับการคั่ว เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน
ระดับการบด บดกลาง
ประเภท กาแฟสด
ปริมาณ 250 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Moccona Decaf Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสคลาสสิค ตรา มอคโคน่า


Moccona Decaf Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสคลาสสิค ตรา มอคโคน่า

รูปภาพจาก moccona.com.au

ราคา 279 บาท*

อีกหนึ่งยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย นั่นก็คือ กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ รสคลาสสิค ตรา มอคโคน่า ที่ทางแบรนด์ได้ผลิตกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีน เพื่อเอาใจผู้ที่ไม่ดื่มคาเฟอีนโดยเฉพาะ ด้วยรสชาตินุ่มนวล หอม ไม่เปรี้ยว ตามฉบับสูตรคลาสสิค ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ บอกเลยว่าใครที่ติดกาแฟยี่ห้อนี้สามารถทานแบบดีแคฟได้สบาย ๆ เพราะรสชาติอ่อนลงเพียงนิดเดียวเท่านั้น ส่วนวิธีชงให้ได้รสชาติที่พอดี แนะนำเป็นกาแฟ 1 ช้อนชา ต่อน้ำร้อน 150 มิลลิลิตร ใครที่มีปัญหาดื่มกาแฟปกติแล้วตาค้าง นอนไม่หลับ ต้องลองตัวนี้เลยค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีการผลิตแบบ Freeze Dryed ทำให้ยังคงกักเก็บความหอม และคุณภาพได้เป็นอย่างดี
  • สกัดคาเฟอีนออกไปได้มากถึง 99.7%
สายพันธุ์ ไม่ระบุ
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ไม่ระบุ
ระดับการคั่ว ไม่ระบุ
ระดับการบด ไม่ระบุ
ประเภท กาแฟสำเร็จรูป
ปริมาณ 100 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Standtall Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้


Standtall Decaf Instant Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการบดได้

รูปภาพจาก lazada.co.th

ราคา 400 บาท*

Standtall กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า ตระกูล Castillo ซึ่งถือได้นิยมมากเป็นอันดับสองรองมาจากตระกูล Caturra ของโคลอมเบียเลยค่ะ เมล็ดกาแฟตัวนี้รสชาติที่ได้จะออกกลิ่นฟรุ๊ตตี้ อมเปรี้ยวนิด ๆ ทางร้านใช้ระดับการคั่วกลางจึงได้รสชาติของความเป็นเวเฟอร์และนมช็อกโกแลตสูง ข้อดีคือคุณสามารถเลือกระดับการบดเองได้ แต่ขอตินิดนึงตรงกระบวนการสกัดคาเฟอีนที่ยังใช้เมทิลีนคลอไรด์ในการทำ ทำให้อาจเกิดสารตกค้างได้หากดื่มได้หากคุณดื่มในปริมาณที่มากเกินไป แต่ภาพรวมเรื่องรสชาติต่าง ๆ ก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า ตระกูล Castillo ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • สามารถเลือกระดับการบดเองได้ตามความต้องการ
  • มีกลิ่นของเวเฟอร์ และนมดาร์กช็อคโกแลต เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบรสเข้มมาก
  • บรรจุภัณฑ์มีระบุวันที่คั่วเมล็ดกาแฟไว้อย่างชัดเจน ทำให้ทราบระยะเวลาการเก็บรักษาที่ถูกต้อง
สายพันธุ์ อาราบิก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศโคลอมเบีย
ระดับการคั่ว เมล็ดกาแฟคั่วกลาง
ระดับการบด สามารถเลือกได้
ประเภท กาแฟสด
ปริมาณ 250 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Noble Tree Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการคั่วและระดับการบดได้ ตรา โนเบิล ทรี คอฟฟี่


Noble Tree Coffee กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ เลือกระดับการคั่วและระดับการบดได้ ตรา โนเบิล ทรี คอฟฟี่

รูปภาพจาก nobletreecoffee.com

ราคา 460 บาท*

มาดูกาแฟจากโคลอมเบียอีกหนึ่งตัว สำหรับ กาแฟสดคั่ว ดีแคฟ ตรา โนเบิล ทรี คอฟฟี่ กาแฟปราศจากคาเฟอีนที่คุณสามารถเลือกระดับการบดและระดับความคั่วเองได้ตามความต้องการ ใครที่ชอบรสชาติอมเปรี้ยว ให้เลือกแบบคั่วอ่อนถึงกลาง ส่วนใครที่ชอบความเข้มหรือชอบกาแฟใส่นม ก็จัดแบบคั่วเข้มได้เลยค่ะ รสชาติของกาแฟตัวนี้จะดึงกลิ่นของความเป็นดาร์กช็อกออกมาได้ค่อนข้างดี รสเปรี้ยวมีน้อยมาก หอมหวาน ออกฟรุ๊ตตี้เล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกาแฟแนวไม่อ่อนและไม่เข้มเกินไป และด้วยการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวก็สามารถทานได้หายห่วงค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบ Swiss water ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี
  • สามารถเลือกระดับการบดและระดับความคั่วเองได้ตามความต้องการ
  • มีกลิ่นของดาร์กช็อคโกแลต ตามแบบฉบับของเมล็ดกาแฟจากโคลอมเบีย
  • บรรจุภัณฑ์มีระบุวันที่คั่วเมล็ดกาแฟไว้อย่างชัดเจน ทำให้ทราบระยะเวลาการเก็บรักษาที่ถูกต้อง
สายพันธุ์ อาราบิก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศโคลอมเบีย
ระดับการคั่ว สามารถเลือกได้
ระดับการบด สามารถเลือกได้
ประเภท กาแฟสด
ปริมาณ 250 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

รีวิว Cafedirect Decaf Organic Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ สูตรออร์แกนิค ตรา คาเฟ่ไดเร็ก


Cafedirect Decaf Organic Instant Coffee กาแฟสำเร็จรูป ดีแคฟ สูตรออร์แกนิค ตรา คาเฟ่ไดเร็ก

รูปภาพจาก
cafedirect.co.uk

ราคา 519 บาท*

กาแฟดีแคฟ ยี่ห้อคาเฟ่ไดเร็ก เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก เพราะเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่เป็นออร์แกนิค ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน แถมยังได้ดูแลสุขภาพไปในตัว กาแฟตัวนี้ใช้เมล็ดพันธุ์อาราบิก้า จากประเทศเปรู ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเปรูเป็นประเทศที่เมล็ดกาแฟมีรสชาติดี คุณภาพสูง มีกลิ่นหอมคล้ายถั่วที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รสชาติหอมหวาน นุ่มนวลกลมกล่อมและสมดุล ใครที่เป็นสายออร์แกนิค ห้ามพลาดค่ะ

จุดเด่น

  • ใช้วิธีการสกัดคาเฟอีนแบบ CO2 method หรือใช้คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่มีในตอนนี้
  • เป็นกาแฟสำเร็จรูปที่ใช้เมล็ดกาแฟออร์แกนิค เจ้าเดียวในประเทศไทย
  • ใช้กาแฟสายพันธุ์อาราบิกา 100% จากประเทศเปรู
สายพันธุ์ อาราบิก้า
แหล่งผลิตเมล็ดกาแฟ ประเทศเปรู
ระดับการคั่ว ไม่ระบุ
ระดับการบด ไม่ระบุ
ประเภท กาแฟสำเร็จรูป
ปริมาณ 100 กรัม
ซื้อที่ Lazada ซื้อที่ Shopee

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

วิธีการสกัดสารคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ


1. ใช้เมทิลีนคลอไรด์ (Methylene Chloride)

การใช้เมทิลีนคลอไรด์ ถือเป็นวิธีแรก ๆ ที่วงการการทำกาแฟดีแคฟนิยมใช้กัน เพราะทำง่ายและมีราคาถูก โดยเมทิลีนคลอไรด์เป็นสารที่ทำมาจากกรดอะซิติก เป็นส่วนประกอบที่ใช้ทำน้ำส้มสายชู มีสูตรเป็น CH2Cl2 เป็นของเหลวไม่มีสี ระเหยได้ง่าย มีกลิ่นหอม มักนิยมนำมาใช้เป็นตัวทำละลาย เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าเป็นการใช้สารที่มีอันตรายน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง

โดยวิธีการสกัดนั้นขั้นแรกให้นำเมล็ดกาแฟไปแช่ในน้ำแล้วเคลือบด้วยสารละลายที่มีตัวทำละลายคือเมทิลีนคลอไรด์ คาเฟอีนจะถูกดึงออกมาโดยตัวทำละลาย จากนั้นก็นำน้ำที่ได้มาใช้ซ้ำ ๆ จนกว่าเมล็ดกาแฟจะคายคาเฟอีนออกมามากที่สุด วิธีการแช่เมล็ดกาแฟลงในตัวทำละลายแบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพมากนัก เพราะหากร่างกายได้รับสารเมทิลีนคลอไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปอาจเป็นพิษและนำไปสู่ความเสียหายของระบบประสาทส่วนกลางได้

2. ใช้วิธี Swiss Water

กระบวนการ Swiss Water เป็นกระบวนการสกัดคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟโดยใช้กระบวนการกรองน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วิธีการคือนำเมล็ดกาแฟมาแช่ในน้ำจนกว่าจะอิ่มตัวแล้วนำมากรองคาเฟอีนออกด้วยแท่งคาร์บอนที่มีขนาดรูพรุนเฉพาะที่จับเฉพาะคาเฟอีนไว้และปล่อยให้สารอื่นผ่านไปได้ จากนั้นนำน้ำที่กรองคาเฟอีนออกแล้วมาสกัดกาแฟอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้หลักการคือ ทำให้เกิดการแพร่ออกมาจากเมล็ดกาแฟ ระหว่างความเข้มข้นของคาเฟอีนในเมล็ดกาแฟและสารละลายที่ใช้สกัด โดยวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ปลอดสารเคมีและสามารถดึงคาเฟอีนออกจากกาแฟได้มาก แถมยังคงรสชาติของกาแฟไว้ได้ใกล้เคียงกับกาแฟปกติอีกด้วย

3. ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide)

วิธีการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ หรือเรียกว่า “the CO2 method” เป็นกระบวนการใหม่ล่าสุดที่ใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือ การใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวทำละลายในเมล็ดกาแฟ โดยวิธีการคือจะแช่เมล็ดกาแฟในน้ำจนพองตัวแล้วนำไปใส่ในภาชนะสแตนเลสที่ปิดผนึกมิดชิด จากนั้นสูบคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปโดยใช้แรงดันสูง โดยคาร์บอนไดออกไซด์นี้จะเข้าไปดูดซับตัวคาเฟอีน ต้องใช้เวลาในการทำประมาณ 5 – 7 ชั่วโมง เพื่อขจัดคาเฟอีนออกให้ได้มากที่สุด โดยวิธีการนี้สามารถดึงคาเฟอีนออกจากกาแฟได้มากถึง 95 – 99.9% เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีมาก เพราะเป็นวิธีที่สกัดออกเฉพาะคาเฟอีน แต่คุณค่าของกาแฟยังอยู่ครบ จะได้รสชาติและคุณสมบัติของกาแฟใกล้เคียงกับกาแฟปกติมากที่สุด

ข้อดี / ข้อเสีย ของกาแฟดีแคฟ (1-7)


ข้อดี

  • เหมาะสำหรับคนที่ไวต่อคาเฟอีนมาก ๆ เช่น ปวดหัว, ใจเต้นผิดปกติ, กระสับกระส่าย หรือมือสั่น เป็นต้น
  • คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นในการขับปัสสาวะและเป็นกรดสูง ดังนั้นกาแฟดีแคฟจึงทำให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินลำไส้, โรคกระเพาะ หรือผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย
  • คาเฟอีนมีคุณสมบัติในการขับน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ผู้ที่ดื่มกาแฟแบบปกติมักจะมีอาการท้องผูก ดังนั้นการดื่มกาแฟดีแคฟ จึงช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้
  • สามารถดื่มได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอาการตาค้าง หรือนอนไม่หลับ
  • รสชาติจะค่อนข้างบางเบา และนุ่มนวลกว่ากาแฟแบบมีคาเฟอีน
  • คุณแม่ตั้งครรภ์, ผู้ให้นมบุตร และผู้ที่แพทย์สั่งห้ามคาเฟอีน ก็สามารถดื่มได้

ข้อเสีย

  • หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีในการสกัดสารคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ เมื่อบริโภคมาก ๆ อาจทำให้เกิดสารตกค้างในร่างกายได้
  • เนื่องจากกรรมวิธีในการผลิตซับซ้อน ทำให้ราคาค่อนข้างสูงกว่ากาแฟแบบปกติทั่วไป

เคล็ดลับการทำกาแฟให้อร่อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาก ๆ ตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ, การบดเมล็ดกาแฟ, การอุณหภูมิของน้ำ รวมไปถึงระยะเวลาที่ใช้สกัดกาแฟ นั่นเป็นที่มาว่าทำไมเวลาเราไปดื่มกาแฟที่ ร้านคาเฟ่ รสชาติถึงไม่เหมือนกับที่เราชงเองสักที แถมอุปกรณ์ก็เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ช้อนกาแฟ, ถ้วยกาแฟ, เหยือกกาแฟ, กาแฟดริปแบบซอง หรือ กาแฟแคปซูล เรียกได้ว่าต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันอยู่นานทีเดียว เพราะการชงกาแฟถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่คนชงต้องมีใจรักในการทำ หรือจะเรียกว่าต้องใส่ใจลงไปในกาแฟทุกแก้วที่ชงเลยก็ว่าได้


References :

  1. Caffeine consumption
  2. Food Features : Coffee
  3. Effects of Caffeinated and Decaffeinated Coffee on Body Weight and Glucose Tolerance
  4. Caffeine content of decaffeinated coffee
  5. Caffeine in coffee: its removal. Why and how?
  6. Caffeine: How much is too much?
  7. [Caffeine–common ingredient in a diet and its influence on human health]

Back to top button