เรื่องน่าสนใจ

ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทาง ต้องดูอะไรบ้าง ?



เครดิตจาก Facebook: Chari Hamratanaphon

ท่อน้ำฉีดกระจก

ถ้าฉีดน้ำไม่ออก ท่อน้ำนี้อาจจะเป็นต้นเหตุ

  • ท่อน้ำตัน
  • สายขาด
  • พลาสติกกรอบ

น้ำมันเบรก (บน)

น้ำมันพวงมาลัย (ล่าง)

ถ้าแห้ง > พวงมาลัยหนัก

[tds_council]น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ รถปกติจะใช้ร่วมกับน้ำมันเกียร์ออโต้ ยกเว้นรถบางรุ่นจะมีน้ำมันเฉพาะ เช่น VW Porsche จะใช้เป็น Pentosin น้ำมันเป็นสีเขียว

ถ้าพร่อง ก่อนเติมให้ดูรอยรั่วตามท่อก่อน เพราะเป็นระบบปิด โอกาสรั่วไหลก็จะน้อยตาม

รถเก๋งรุ่นใหม่ หรือบางรุ่นที่ไม่มีกระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ แต่สามารถผ่อนแรงตอนเลี้ยวได้ คือรถที่พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า กระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะไม่มี[/tds_council]

น้ำมันเครื่อง

คือน้ำมันหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ (คนละอย่างกับเบนซิน หรือ ดีเซล) ต้องซื้อน้ำมันเครื่องมาเติม

น้ำฉีดกระจก

เวลาฝนตก กระจกมัว ให้เติมน้ำเปล่าธรรมดา และ ทำความสะอาดกระจก

น้ำมันเกียร์

เติมน้ำมันออโต้ ? ถ้าแห้งเกียร์จะพัง วิธีเช็ค: ดึงฝาออกมาเช็คดูจะเป็นแท่งยาวๆ ดูว่ามีน้ำมันอยู่ระดับไหน (น้ำมันเกียร์ให้เช็คดูตอนสตาร์ตเครื่องแล้ว)

แบตเตอรี่

มี 6 จุก ต้องเช็คให้ครบเพราะน้ำไม่ได้เชื่อมกัน ถ้าแห้งให้เติมน้ำกลั่น

น้ำสำรอง

(เติมน้ำเปล่า) ปกติถ้าหม้อน้ำแห้ง มันจะดูดน้ำสำรองมาใช้เอง

หม้อน้ำ

เติมน้ำเปล่าให้เต็มเลย ถ้าน้ำแห้ง > เครื่องยนต์ร้อน > ดับ !

[tds_council]น้ำสำรอง+หม้อน้ำ มีน้ำยาหล่อเย็น (coolant) เฉพาะไว้สำหรับหล่อเย็นแล้ว ถ้ารุ่นเก่าไม่แน่ใจ (แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายน้ำเปล่าทิ้งละเติมน้ำยาแทน) รถรุ่นใหม่ไม่ควรเติมน้ำเปล่า เติมได้เฉพาะจำเป็นจริงๆ น้ำยาจะล้างน้ำยาทิ้งอยู่ที่ประมาณ 2 ปี หรือแถวๆ 60k Km[/tds_council] [tds_council]น้ำหม้อน้ำ ในรถยนต์ปัจจุบัน จะเป็นน้ำยาหม้อน้ำล้วนๆ ไม่มีการเจือกับน้ำ ส่วนนี้จะใช้วิธีเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่ผู้ผลิตรถยนต์แจ้ง ถ้าหากมีพร่อง ให้ดูจากรอยรั่วตามจุดต่างๆ[/tds_council]

สิ่งอื่นๆ ที่ต้องเช็ค

  • เช็คล้อ 4 ล้อ
  • ระบบไฟฟ้า (ดูกล่องฟิวส์)
  • ระบบปรับอากาศ
  • คนขับ

เหมาะกับมือใหม่ยิ่งนักสำหรับคนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์มากนัก

Back to top button